เรื่องของโก้

posted on 30 Jul 2008 21:50 by skysonatapjj

 

 

ป้าจุ  :  มาขัดตาทัพอีกแล้วจ้า  แต่ก่อนอ่านเรื่องของโก้ แนะนำให้แควนๆอ่านตอนพิเศษคินกับเป้ก่อนเพื่อความเคลียร์นะจ๊ะ  555 

 

------------------------------ 

 

ว่ามั้ยครับว่า  ความรักนั้นมีหลากหลายรูปแบบ  หลากหลายนิยามเสียเหลือเกิน   และคงไม่ต้องให้ผมสาธยายจาระนัยอะไรกันมากมายให้คุณๆทั้งหลายต้องตาลายพาลขี้เกียจอ่านไอ้โก้แพล่มเป็นนักวิชาการเจ้าทฤษฎีความรัก  หลายคนก็คงมีคำตอบของตัวเองอยู่แล้วในใจ   จะหนึ่งคำตอบ  สอง  สาม  หรือมากกว่านั้นก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด   ก็อย่างที่บอกไปแล้วเมื่อกี้นั่นแหละครับว่ามันมีหลายรูปแบบ  เอาอย่างนี้ดีกว่า  สำหรับคนที่นึกภาพไม่ออกว่าไอ้ความรักหลายรูปแบบหลายนิยามที่ผมว่ามันเป็นยังไง   ผมจะยกตัวอย่างกรณีศึกษาให้ดู  เอ้ย  ให้อ่านก็แล้วกัน

 

 


มาดูกรณีแรกกันก่อนนะครับ

 

 

20.00 น.   เดือน  สิงหาคม  

สถานะ   เฟรชชี่ปี  1

 

 

ผมละสายตาจากจอโทรทัศน์ขึ้นจ้องหน้าเพื่อนเมื่อเห็นมันทำหน้ายุ่ง   หน้ายู่   เดินตึงๆเข้ามาแล้วแย่งรีโมทไปจากมือผมดื้อๆแบบไร้ซึ่งความเกรงใจอย่างสิ้นเชิง    และคนแบบนี้ก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอ้นิคมันแหละครับ    ไอ้คุณชายหมาบ้ามันกระแทกตูดลงนั่งข้างๆ  แล้วตั้งหน้าตั้งตากดเปลี่ยนช่องทีวีอย่างเมามันด้วยอัตราความเร็วหนึ่งวินาทีต่อจำนวนการกดห้าครั้ง   เว่อร์ไปมั้ยโก้  แต่ช่างมันเถอะครับ   ก็ทีวีของมัน  จะกดให้พังก็สิทธิ์ของมัน

 

 

“อะไรของมรึงวะเนี่ย”  

 

 

แต่ในที่สุดโก้ก็อดคันปากถามไม่ได้  ก็มันเล่นกดเปลี่ยนช่องไปมาจะเป็นชั่วโมงแล้วเนี่ย  อารมณ์เสียมาจากไหนอีกละวะ

 

 

“กุจะดูทีวี”  

 

 

เออเนาะกุไม่น่าถามมันเลย   ผมเลยเงียบไปอีก   รู้สันด๋อยมันดีว่าไอ้มนุษย์ที่มีสปีชีย์จัดอยู่ในประเภทเดียวกันสัตว์เลื้อยคลานที่ชอบว่ายน้ำข้ามคลองไปแอบกินเป็ดไก่ชาวบ้านอย่างไอ้นิคมันเกลียดพวกอมพะนำ  ไม่เคลียร์ที่สุด


 

 

“ไม่ถามต่ออีกหน่อยเหรอวะ”  เห็นมั้ยครับ  คนอย่างมันทนความเงียบได้นานซะที่ไหน

 

 

“เออ ถามก็ได้ สาดนี่  เป็นเหวอะไรของมรึงเนี่ย” 

 

 

ยอมถาม  ตามใจมัน   เฮ้อ  เหนื่อยจริงมีเพื่อนเป็นมนุษย์ไม่ปกติอย่างไอ้คุณหมานิคเนี่ย    

 

 

“รมณ์เสีย  เมื่อกี้เพิ่งเลิกกับพี่แหวน”

 

 

มันไขข้อข้องใจให้   ว่าแต่แหวนที่ว่านี่มันแหวนไหนวะ  แหวน ธิติมา  หรือแหวนๆไฮโซสาวคน ดัง    แต่ขืนถามแบบนี้คงได้กินส้นมันแทนข้าวเย็น  เลยถามแบบที่คิดว่าสร้างสรรค์ที่สุดไป

 

 

“แฟนมรึงเหรอ”

 

 

“โง่ป่าว  ก็บอกว่าเลิกกันแล้ว  จะเป็นแฟนได้ยังไง  ต้องแฟนเก่าสิวะ” 

 

 

เออ   กุตกภาษาไทย   แล้วมาบอกกุทำไมวะ  กะแค่เลิกกับแฟน  ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน กุเห็นมรึงบอกเลิกกับแฟนทุกอาทิตย์   นิสัยอย่างนี้ใครจะบ้าทนคบกับมรึงได้นาน  มองหน้ามันแบบไม่กล้าพูดต่อเพราะกลัวโดนรีโมททีวีตีหัว

 

 

“ไอ้แนนมันไปเจอพี่แหวนควงกับผู้ชายคนใหม่เลยโทรมาบอก   พอกุโทรไปถามพี่เขาก็ทำโมโหกลบเกลื่อน  กุเลยบอกเลิกแมร่งเลย”

 

 

อ้อ  เข้าทำนองรักแท้แพ้ระยะทาง  ที่แท้มันก็โดนหญิงมอบเขาคู่งามๆ ให้นี่เอง   ไอ้คุณนิคมันชอบสาวแก่กว่าครับ  มันบอกไม่ง้องแง้ง   มีเหตุผล  และเอาใจเก่ง   ผมก็เริ่มๆจะนึกออกแล้วว่าพี่แหวนของไอ้คุณนิคเป็นใคร   เธอเป็นดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งของโรงเรียนพวกเราสมัยเรียนม.ปลายนี่เอง    ไอ้ผมก็นึกว่ามันเลิกกันไปแล้วตั้งแต่ไอ้คุณชายมันสอบติด   กลายเป็นตัวแทนหมู่บ้าน   หอบห่อผ้า  โบกมือลาพ่อแม่พี่น้อง  ออกเดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอน  มาตามหาองค์บากแล้วซะอีก   เริ่มเลอะอีกละไอ้โก้

 

 

“ไหนมรึงบอกว่าพี่เขาดีนักหนา  สัญญากันเป็นมั่นเหมาะว่าเรียนจบแล้วจะกลับไปแต่งงานกัน”

 

 

อารมณ์เดียวกับไอ้หนุ่มลูกทุ่งต้องจากสาวคนรัก   เลยไปสัญญาสาบานกันหน้าต้นไทรเพื่อให้เป็นพยานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อกันเลยครับ

 

 

“เชี้ยละ  พวกกุไม่ใช่ขวัญเรียมนะมรึง”  

 

ไม่ยักรู้ว่ามรึงอ่านด้วย  หน้าไม่ให้นะเนี่ย   ซาดิสต์อย่างมรึงนี่น่าจะอ่าน  ศพใต้เตียง หรือไม่ก็วิปลาศฆาตกรรมนะ 

 

 

“มรึงไม่ต้องเสียใจไปหรอกน่า  หล่อๆอย่ามรึงหาใหม่ง่ายจะตาย” 

 

ถึงจะต้องกัดฟันพูด  แต่ปลอบใจมันไปหน่อยแล้วกันครับ   ท่าทางคงจะเสียใจน่าดู   ถึงได้ทำหน้าเหมือนโลกแตกอย่างนั้น

 

 

“เปล๊า”  ทำยักไหล่  หน้ากวนๆแล้วหันมาตอบเสียงเย็นพร้อมกระตุกยิ้มโรคจิตตรงมุมปาก

 

 

“กุไม่ได้เสียใจเท่าไหร่หรอก  ก็อย่างที่มรึงว่านั่นแหละ  หล่อๆอย่างกุจะหาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้  แต่ที่เซ็งนี่เพราะว่าไม่ได้เช็คบิลด้วยตัวเองต่างหาก   แต่ขำชะมัดเลยว่ะ  ตอนไอ้แนนมันเล่าให้ฟังว่าพี่แหวนทำหน้ายังไง   เจอไอ้กิมจิพุดเดิ้ลลูกรักของขวัญจากแฟนใหม่โดนขโมยไปกล้อนขนจนเกลี้ยงซะงั้น  มรึงดูนี่ดิ  หยั่งกับเอเลี่ยนเลยแมร่ง  หมาอะไร  อุบาทว์ชะมัด  555”

 

 

ส่งมือถือที่มีรูปน้องหมาเหยื่ออารมณ์ให้โก้ดูแล้วมันก็หัวเราะสะใจเป็นบ้าอยู่คนเดียว  พุดเดิ้ลกิมจิสีน้ำตาลเข้มโดนกล้อนขนจนเกลี้ยง  เหลือทิ้งไว้แต่กระจุกหนึ่งบนหัวคล้ายทรงพังค์เพราะไอ้แนนมันพิเรนท์สั่งช่างบอกจะเอาไว้มัดจุกให้กิมจิ 

 

 

เห็นละสงสารพี่แหวน  ไม่น่าหลงผิดมาเป็นแฟนไอ้หมาบ้านิคเลย  ไอ้แนนน้องมันก็พอกัน  โดนพี่จ้างให้ไปขโมยหมาแฟนเก่าไปกล้อนขนมันก็ทำตาม   แถมยังไปครีเอททรงใหม่ให้ไอ้กิมจิมันอีก   คุณผู้อ่านท่านใดทำงานอยู่องค์กรพิทักษ์สัตว์ก็อย่ามาจับผมนะครับ  ไปจับไอ้คุณนิคกับน้องมันโน่น  ผมแค่เล่าเฉยๆ  ไม่ได้สมรู้ร่วมคิดด้วยนะ


 

 

เห็นอย่างนี้แล้วใครอย่าได้นึกจะเป็นศัตรูกับไอ้หมาบ้ามันเชียว   สงสารไอ้พุดเดิ้ลกิมจิจริงๆ  เรื่องนี้เลยสอนให้รู้ว่า  รวมกันเราอยู่  ทิ้งกุ (หมา) มรึงซวย  เฮ้อ..... 

 

 

 

ตามมาด้วยกรณีที่สอง

 

19.35 น.  เดือน กันยายน

สถานะ  น.ศ. ปี 1 เทอม 2

 

 

ตอนนี้ไอ้โก้กำลังลำบากอย่างที่ไม่มีใครในบ้านสนใจจะช่วยเลยครับ  ไอ้นิคกับไอ้เป้สุมหัวกันกับโมเดลรถอยู่ในห้องตั้งแต่บ่ายแล้วยังไม่ลงมา   ไอ้คินก็คงจะอ่านหนังสืออยู่บนห้อง   ส่วนไอ้เชฟ  บุคคลที่โก้กำลังต้องการตัวที่สุดก็ยังไม่กลับถึงบ้านซักที  มรึงอยู่ไหนเชฟแม็คคค   กุหิวววว

 

 

กระเพาะส่งเสียงคร่ำครวญประท้วงอีกระลอก   พยายามค้นตู้เย็น   ตู้กับข้าว  ตู้เสื้อผ้า หรือแม้แต่ตู้รองเท้าก็ค้นมาแล้ว   ไอ้บ้า   สองอันหลังมันไม่ใช่ละ  ออกทะเลเรื่อยเลยไอ้โก้   เอาเป็นว่าผมพยายามค้นหาทุกซอกทุกมุมของบ้านที่คิดว่ามันน่าจะมีมาม่าซุกซ่อนอยู่สักห่อ  แต่ก็ไม่พบวัตถุต้องสงสัยใดๆที่พอจะเป็นมื้อค่ำให้โก้ได้    ภาวะวิกฤติของบ้านเรามาถึงแล้วหรือนี่   โก้อยากจะร้องไห้แข่งกับท้องร้อง   หนทางรอดทางเดียวในตอนนี้คือ  เฝ้ารอเชฟประจำบ้านด้วยความหวังว่ามันจะซื้ออะไรติดมือเข้ามาด้วยเท่านั้นล่ะ 

 

 

ผมเดินออกไปจากห้องครัว  ตั้งใจจะไปนั่งดูทีวีรอไอ้เชฟแต่ไอ้คินมันนั่งอยู่ก่อนเลยกะจะทักมันเสียหน่อย  ไม่มีมาม่า  แต่ไอ้คินมันอาจจะกักตุนไวไวหรือยำยำซักสองสามซองไว้ที่ไหนสักแห่งก็ได้  ลองถามมันดูดีกว่า
 

 

“มานั่งทำไรมืดๆตรงนี้คนเดียววะคิน  กุนึกว่าผีหลอกซะแล้ว  ฮูย ขวัญเอ้ยขวัญมา ไอ้แม็ค” 

 

 

ยังไม่ทันอ้าปาก  ไอ้แม็คที่เดินฮัมเพลงเข้ามาก็ตัดหน้าส่งเสียงทักไอ้คินพลางแล้วลูบอกปลอบใจตัวเองเป็นการใหญ่  เมื่อมันเปิดไฟแล้วเห็นว่าไอ้เงามืดตะคุ่มๆที่นั่งจุมปุกอยู่ที่เก้าอี้ไม่ใช่สิ่งลึกลับอย่างที่คิด

 

 

“มีผู้หญิงโทรหาเป้  บอกว่าอย่าลืมไปเอาของที่ลืมไว้ที่ห้องเขาด้วย   มันหมายความว่ายังไงวะแม็ค  กุควรจะตัดใจดีมั้ย”

 

 

ไอ้คินทำเสียงซึม  ส่วนไอ้แม็คฟังแล้วก็นิ่วหน้านิดๆ ก่อนจะเทศนายาวเหยียด  ซึ่งไอ้โก้ที่ยืนแอบอยู่ในมุมมืดไม่สนใจจะฟังแล้ว  แค้น  ตอนนี้แค้นอย่างเดียวครับ  ไม่ใช่อะไร   อุตส่าห์เมสเสสไปบอกว่าให้ซื้อข้าวมาเผื่อกุด้วย  แต่ที่ไหนได้   มันกันกลับมาตัวเปล่าไม่มีอะไรติดมือมาสักนิด  โก้หิววว  ฮือๆออกไปกินก๋วยเตี๋ยวแถวตลาดโต้รุ่งก็ได้วะ  ไอ้เพื่อนเลว

 

 


กินอิ่มท้องอืดกลับมาจากตลาด  โก้ก็เดินฮัมเพลงเข้าห้องไปนอนอ่านบูมเล่มใหม่ที่เพิ่งออก  รอให้ข้าวเข้าแถวเรียงเม็ดเป็นระเบียบเรียบร้อยก่อนแล้วค่อยไปอาบน้ำ  แต่พลิกอ่านไปได้ไม่ถึงสองหน้าไอ้เชฟตัวดีมันก็พรวดพราดเข้ามาในห้อง

 

 

“ไอ้คินมันกลุ้มเรื่องไอ้เป้อีกแล้วว่ะ  เมื่อกี้ก็นั่งทำหน้าหงอยอยู่คนเดียว”  มันพูด  แต่ผมไม่สน

 

 

โกรธมันอยู่  กุหิวข้าวแทบตายอุตส่าห์เสียตังค์ส่งข้อความไปให้ยังเจือกกลับบ้านมามือเปล่า

 

 

“งานนี้แหละ  กุจะช่วยให้ไอ้สองตัวนั่นมันสมหวังให้ได้เลย” 

 

 

ไอ้เชฟแม็คยังทำเสียงมุ่งมั่น  ส่วนไอ้โก้ก็ยังนอนอ่านการ์ตูนเฉย

 

 

“มรึงฟังกุเล่าหน่อยดิ๊” 

 

 

ไอ้เชฟโวยวายใส่เมื่อผมไม่สนใจจะฟังมันพล่าม   แล้วไอ้โก้ก็แทบจะคายของที่เพิ่งใส่กระเพาะออกมาหมด  เมื่อไอ้เชฟมันโดดขึ้นเตียงเข้ามาล็อคคอผมไว้

 

 

“ไอ้เอี้ย  กุจุก  จะเล่าก็เล่าเฉยๆสิวะ  มรึงมาทับกุเป็นควายเกยตื้นงี้มันหายใจไม่ออกนะว้อย”

 

 

“ก็กุเล่าแล้วมรึงไม่ฟังนี่หว่า  เข้าเรื่องๆ  คืองี้   ไอ้เป้มันจะพาหญิงไปเที่ยว  มันเลยชวนกุไปเป็นไม้กันหมาเพราะน้องอะไรไม่รู้สักอย่างของมันดันจะเอาเพื่อนไปด้วย  ทีนี้กุเลยปิ๊งไอเดียว่าเดทครั้งนี้กุจะทำให้ไอ้เป้มันหึงไอ้คินซ