ข้างบ้านน่ะตัวแสบ 20.2

posted on 24 May 2008 04:12 by skysonatapjj

 

ใครว่าลืมอะไรไปอย่าง  ผมเผลอโดนลูกอ้อนพวกแฝดจัดการเบนความสนใจจนลืมเรื่องสำคัญไปตั้งสองอย่างเลยต่างหากเล่า แล้วแต่ละอย่างก็ยากเย็นพอๆกับภารกิจฝ่าด่านอรหันต์ 18 มนุษย์ทองคำในวัดเส้าหลินอีก เฮ้อ...กรรมของไอ้นิคจริงๆ  ด่านแรกก็ไอ้สุดที่รักของผมที่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะงอนไปถึงไหนแล้ว   รายนี้ผมทำเวรทำกรรมกับมันมากไปหน่อย   สงสัยชาติหน้าเกิดมาคงได้เจอกันอีกแหงๆ  แล้วก็ไอ้น้องไม้อีกคน   ไม่รู้โดนเสน่ห์ไอ้นิคเข้าไปกี่มิลลิกรัม   ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้  ก็เสน่ห์ผมมันเหลือรับทานนี่ครับ   555   ยังมีอารมณ์หลงตัวเองอีกนะมรึง   เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ล่ะวะไอ้นิค

 

 

“พี่นิค   นี่เค้าถามเป็นรอบที่ห้าแล้วนะ  ตกลงจะกินมั้ย  อุตส่าห์เหลือไว้ให้เนี่ย” 

 

 

ไอ้แนนทำอารมณ์เสียพร้อมกับฟาดไก่ย่างชิ้นสุดท้ายเข้าปากตัวเองเคี้ยวตุ้ยๆ   ไอ้น้องบ้า   แล้วมรึงจะถามกุเพื่อ ???

 

 

“ถามหน่อย  เรื่องที่ขังพี่ไว้ในห้องน่ะ  วางแผนกันมารึว่าไง”  ยังคาใจไม่เลิกครับ

 

 

“เปล๊า”   ไอ้แนนตอบหน้าตาเฉย  แบบที่มองยังไงๆก็ไม่เห็นแววสำนึกผิดอยู่ดี  แล้วมันก็อธิบายต่อ

 

 

“พอดีพวกเค้านั่งในห้องสมุดกันทั้งวันแล้วเบื่อๆ  เลยชวนกันไปเดินยืดเส้นยืดสาย  หาอะไรกินที่โรงอาหาร  พอดีตอนเดินกลับห้องสมุด  เนมมันเห็นตัวเดินมากับไอ้ไม้   เลยคิดแผนนี้ขึ้นมา”

 

 

“แล้วถ้าสมมติว่าพี่ขึ้นไปตามเนมบนตึกแล้วมีไม้ตามขึ้นไปด้วยล่ะ”

 

 

“เค้าก็จะวิ่งไปอีกทางให้พี่นิคตามไป   ให้แนนจับไอ้ไม้ไปขังไว้แทน  แล้วพอไอ้ไม้มันไปฟ้องพี่ไอ้วิน   พวกตัวก็ต้องทะเลาะกันอยู่ดี  เพราะยังไงๆตัวก็เข้าข้างพวกเค้าอยู่แล้ว”

 

 

ไอ้เนมหัวเราะหึๆ  แล้วแกะกุ้งเผาใส่ปาก  ไอ้นิคเลยได้ปวดไมเกรนอีกรอบ   สองคนนี้เวลามีเรื่องกับใครก็ชนะขาดครับ   ไอ้แนนมันมีดีที่แรงควาย  ส่วนไอ้เนมก็เจ้าแผนการ  จะเรียกว่าคู่หูแฝดนรกก็คงไม่ผิดนัก  แต่เวลาอยู่กับผมมันก็เป็นแค่น้องน้อยขี้อ้อน  โดยเฉพาะไอ้เนมที่อ้อนซะจนไอ้นิคใจอ่อนตลอดศก   เวลาพวกแฝดไปมีเรื่องมา  ผมก็ถือคติน้องกุไม่เคยผิด   จะถูกจะผิดยังไงก็เข้าข้างน้องตัวเองไว้ก่อน  ไอ้เนมรู้จักนิสัยข้อนี้ของผมดีเลยคิดแผนบ้าๆแบบนี้ได้   เฮ้อ...  ขอถอนหายใจอีกเป็นรอบที่ร้อยของวันหน่อยเถอะ
 

 

“แล้วขังพี่ไว้คนเดียวอย่างนั้น  ไม่ห่วงกันบ้างเหรอ” 

 

 

แกล้งทำเสียงไม่พอใจเผื่อว่าไอ้สองตัวจะรู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง   พยายามเรียกจิตสำนึกน้องๆสุดๆเลยครับไอ้นิค

 

 

“ไม่เห็นต้องห่วง  ก็เค้ายืนเฝ้าตัวอยู่หน้าห้องนั่นน่ะแหละ  ส่วนเนมมันก็กลับไปที่ซุ้มก่อน  พอเห็นว่าไอ้ไม้มาแล้ว  เนมก็แอบโทรหา  แล้วเค้าก็เปิดประตูให้ตัวไง  เห็นมะ  พวกเค้าไม่ได้ทิ้งพี่นิคสักหน่อย”

 

 

โอ้โห  นี่ขนาดไม่ได้วางแผนกันล่วงหน้า   ยังเป็นขั้นเป็นตอนกันได้ขนาดนี้   แล้วถ้ามันสองตัวมีเวลาสุมหัววางแผนกันไม่ยึดอิรักได้ทั้งประเทศแล้วหรือเนี่ย  อะไรจะขนาดนี้น้องกุ   


 

 

“งั้นเค้าถามพี่นิคหน่อยเถอะ  คิดไงไปจูบไอ้ไม้”  

 

 

พอไอ้แนนถามเรื่องนี้ขึ้นมาไอ้เนมก็ทำหน้าหงิกเลยครับ  สงสัยยังโกรธเรื่องนี้ไม่หาย     

 

 

“ก็ใครมันแกล้งโยนความผิดให้ไม้ล่ะ   พี่ก็เข้าใจว่าไม้เป็นคนทำแล้วมาแกล้งตีหน้าซื่อบอกขอโทษเลยกะจะแกล้งให้มันกลัวนิดๆหน่อยๆ แต่ที่ไหนได้...”

 

 

“มันดันสมยอม  แล้วพี่ไอ้วินก็เข้ามาเห็นพอดีใช่มั้ยล่ะ  พี่นิคเลยทำหวานกับไอ้ไม้ประชดไปอีกเพราะยังงอนพี่ไอ้วินไม่หาย”

 

 

ไอ้แนนหัวเราะหึๆ ทำนองว่าสะใจแบบไม่มีปิดบังว่ามันอยากให้ผมเลิกกับไอ้เชนเต็มแก่

 

 

“นั่นสิ    พี่เลยไม่รู้จะเอายังไงดี  จะไปง้อไอ้เชนหรือว่าจะเลิกกับมันไปเลยแล้วไปสานต่อกับไม้แทน  เพราะเท่าที่ดูๆไม้เขาก็ไม่ได้เกลียดพี่แล้วนะ  จะว่าไปแล้วก็ท่าทางชอบด้วยซ้ำ”

 

 

ผมก็แกล้งพูดไปงั้น  แต่ไอ้สองตัวดันของขึ้น  วางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังปังใหญ่จนน่ากลัวว่าแก้วจะแตกคามือ  ต้องเสียตังค์พาไปหาหมอแล้วยังต้องจ่ายค่าเสียหายให้ร้านอาหารอีก  


 

 

โชคดีที่ผมเลือกพาพวกน้องๆมากินข้าวกลางวันกันที่เขื่อนเก็บน้ำซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวค่อนข้างมีชื่อของจังหวัด   มีแพร้านอาหารให้เลือกนั่งกันตามใจชอบแล้วสั่งของอร่อยๆ พร้อมกินบรรยากาศไปด้วย   พวกผมเลยได้นั่งกินข้าวกันเป็นส่วนตัว  จะเสียงดังแค่ไหนก็ไม่มีใครว่า  เพราะลากแพไปกินกันกลางน้ำ   กินอิ่มก็ง่วงนอนเพราะลมเย็นจริงๆ  ที่รู้จักนี่ก็เพราะไอ้เชนมันเคยพาผมมานั่นแหละ    เฮ้อ   ขอถอนหายใจระบายความกลุ้มอีกสักรอบแล้วกันนะพี่น้อง

 

 

วันนั้นทั้งวัน  ผมก็โดดเรียนพาพวกแฝดไปเที่ยวต่ออีกหลายที่ให้หมดแรงกันไปข้างหนึ่ง   ไอ้สองตัวจะได้ไม่มีเวลามาวางแผนสร้างเรื่องปวดหัวให้พี่มันอีก   และพรุ่งนี้เช้าผมก็ต้องไปส่งน้องๆขึ้นรถกลับบ้านกันแล้ว  ทีนี้จะได้หมดปัญหาไปอีกเปลาะหนึ่งล่ะ  แล้วเปลาะที่เหลือก็ต้องตามแก้ตามง้อกันต่อไป  หวังว่าฟ้าคงจะเมตตาไอ้นิคไม่มีเรื่องอะไรมาให้ผมปวดเฮดไปมากกว่านี้แล้วกัน  แค่นี้ก็จะตายเพราะถอนหายใจวันละหลายร้อยเฮือกอยู่แล้ว   เฮ้อ... แถมให้อีกทีอ่ะ

 

 

“ไอ้คุณนิค  มรึงอยู่ไหนวะ” 

 

 

เสียงไอ้โก้ถามเร็วๆทันทีที่ที่ผมกดรับโทรศัพท์  ดูนาฬิกาก็ทุ่มกว่าๆแล้วสงสัยมันจะโทรเรียกให้กลับไปกินข้าวเย็น

 

 

“หน้าหมู่บ้านแล้ว  มีไรวะ”

 

 

“เด็กมรึงมานั่งรอตั้งแต่บ่ายแล้ว   พวกกุบอกให้กลับไปก่อนก็ไม่ยอม  จะเอาไง”

 

 

เพื่อนโก้ผู้แสนดีอุตส่าห์โทรมารายงานสถานการณ์ด่วนเบรกกิ้งนิวส์  แต่จะช่วยขยายความอีกสักนิดไม่ได้หรือไงที่ว่าเด็กกุนี่มรึงหมายถึงใคร

 

 

“ใครเด็กกุ  ไอ้เชนเหรอ”   ถามแสดงความโง่ออกไปไม่มากไม่น้อย

 

 

“ไอ้ควาย  กุหมายถึงน้องไม้ต่างหากเล่า” 

 

 

“ตายโหง   จริงเหรอวะ  แล้วไอ้เชนล่ะ”

 

 

“ไอ้เวง  แฟนมรึงแล้วดันมาถามกุ   กุคงจะรู้อยู่หรอก” 

 

 

เออ  เห็นว่าช่วงนี้กุโดนมรสุมชีวิตเลยหมดพลังงานบ้าเข้าหน่อยล่ะทำกล้านะ  เดี๋ยวเถอะมรึง  ไอ้โก้   

 

 

“แต่เห็นไอ้คินมันว่า   เจอไอ้เชนที่ม.ก็ไม่เห็นมันพูดอะไรนะ  ท่าทางปกติดีทุกอย่างเหมือนไม่ได้มีเรื่องทะเลาะกับมรึงเลย”

 

 

เอาล่ะสิ  ฟังคำให้การของเพื่อนคินจากปากเพื่อนโก้แล้ว  เพื่อนนิคก็ชักจะเดาสถานการณ์ไม่ออก  ทั้งที่นึกล่วงหน้าไปไกลหลายไมล์ทะเลแล้วว่า  ไอ้โย่งมันต้องโกรธผมสุดๆ หรือไม่ก็เสียใจแบบออกอาการซึมเศร้าแน่   แล้วนี่อะไร  หรือว่าไอ้คินมองไม่ชัด  ก็ไม่น่าใช่  คิดอีกที  หรือว่าไอ้เชนมันเข้าทำนองหน้าชื่นอกตรม   ไอ้นิคสงสัยไปร้อยแปดพันเก้าแต่ก็ฟันธงไม่ลงสักข้อ   จะปรึกษาทีมกุนซือฝาแฝด  แต่คิดไปคิดมาเปลี่ยนใจไม่ดีกว่า  เดี๋ยวแทนที่จะได้คืนดีกับไอ้เชนสุดที่เลิฟ   จะกลับกลายเป็นว่าโดนพวกน้องๆป่วนให้ได้เลิกกันแบบขาดสะบั้นไม่เห็นหนทางรีเทิร์นเอาได้

 

 

แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว  เคลียร์เรื่องไอ้น้องไม้ให้มันจบๆไปก่อนก็ดีเหมือนกัน   เพราะถ้าเทียบระดับความยากง่ายแล้ว  ปัญหาเรื่องไอ้ที่รักของผมนี่ระดับชาติเลยล่ะ    ต้องอาศัยการวางแผนให้รัดกุมก่อนแล้วค่อยลงมือ  ไม่งั้นพลาดพลั้งผิดแผนไปอาจมีเหตุการณ์เสียน้ำตาให้ต้องไปโทษสับปะรดกันอีกรอบ   ไอ้นิคคิดแล้วก็ตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าหมู่บ้านโดยไม่ลืมกำชับให้พวกแฝดสงบปากสงบคำและสงบท่าทางด้วย 


 

 

ไอ้นิคเดินเข้าบ้านหลังจากสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเรียกพลังฮึด  ยอมรับเต็มปากเต็มคำเลยว่าตอนนี้ป๊อดสุดๆ  ก็นึกภาพตอนผมโมโหที่ถูกขังแล้วไปจับไอ้น้องไม้เขย่าซะจนหัวมันแทบจะหลุดก็รู้สึกผิดขึ้นมา   ยิ่งช่วงนี้ภูมิต้านทานน้ำตาเด็กยิ่งต่ำอยู่ด้วย


 

 

“พี่นิคไปไหนมาครับ  ไม้โทรหาก็ไม่เปิดมือถือ”

 

 

น้องไม้สีหน้าดีใจอย่างเห็นได้ชัดที่เห็นว่าใครเดินเข้าบ้านมา  เห็นอย่างนี้ไอ้นิคยิ่งรู้สึกผิด  กุนะกุ คิดอะไรงี่เง่าไปลวนลามเด็กจนมันใจแตกกะกุแล้วเนี่ย  ถึงขั้นรู้เบอร์ผมด้วยนี่เริ่มน่ากลัวว่าน้องมันจะถอนตัวจากหลุมรักไอ้นิคไม่ขึ้นง่ายๆละ  55   ยังไม่วายอีกนะมรึง  ไอ้นิค

 

 

“แบตหมดน่ะ”  ข้ออ้างยอดฮิต

 

 

“คือ...”

 

 

น้องไม้ออกอาการติดอ่าง  หน้าแดงเล็กๆ  อูยยยย  ไอ้นิคเริ่มหวิว  เริ่มมองเห็นความน่ารักของไอ้เด็กตาแป๋วนี่ละ   ร่มๆไว้นิค  มรึงมีไอ้เชนแล้ว 

 

 

“พี่ขอโทษนะ  ขอโทษทั้งเรื่องที่ทำให้ไม้เจ็บตัววันนั้น  แล้วก็ขอโทษเรื่องเมื่อเช้าด้วย  พี่คิดว่าไม้แกล้งขังพี่เลยกะจะแกล้งคืนนิดๆหน่อยๆ”

 

 

ไอ้นิคโพล่งไปแบบไม่มีอารัมภบทใดๆให้เสียเวลาทำมาหากิน  ก่อนที่ความเงียบจะกลายเป็นดาวเด่น   แม้แต่เสียงแมงสาบเดินหนีไบก้อนผมยังได้ยินเลยเอ้า

 

 

“เอ่อ.....  ไม้ไม่โกรธพี่นะครับ”

 

 

ทำเสียงอ่อนให้รู้ว่ากุสำนึกผิดจริงๆนะ  และพยายามสังเกตสีหน้าของเด็กไม้ไปด้วย 

 

 

“ไม้เป็นคนทำให้พี่นิคเข้าใจผิดแต่แรกเอง  พี่นิคไม่ผิดหรอกครับ”

 

 

ผมใจหายวูบเมื่อเห็นอีกฝ่ายน้ำตาคลอแต่ก็พยายามฝืนยิ้มให้  ก่อนจะน้ำตาร่วงเผาะๆเหมือนกลั้นไม่อยู่   เห็นแล้วไอ้นิคนี่อยากจะร้องตามขึ้นมาทันที   งือๆ กุแพ้น้ำตาเด็ก   หันไปมองแบบขอความช่วยเหลือจากไอ้พวกเพื่อนๆ ที่พากันทำตัวเป็นผีเสาบ้าง  ผีตู้ปลาบ้าง  แอบฟังอยู่ตามซอกหลืบของบ้าน  แต่ก็ไม่มีไอ้หน้าไหนใจถึงพอจะเข้ามาช่วยกู้สถานการณ์วิกฤติ  แต่ละคนนี่รีบหลบหน้าแล้วหากิจกรรมทำกันใหญ่   ไอ้เชฟยิ้มแหยๆ รีบเดินหนีเข้าครัว   ไอ้โก้ก็ไม่รู้จะมาขยันอะไรเอาตอนนี้คว้าไม้กวาดได้ก็หนีออกไปหน้าบ้านทันที   ส่วนพวกแฝดก็ยืนแอบสังเกตการณ์อยู่ข้างบันไดโดยไม่มีท่าทีจะออกมาช่วยพี่มันแม้แต่น้อย

 

 

“ตอนแรกที่วินเล่าเรื่องพี่นิคให้ฟัง  ไม้ก็เกลียดพี่ไปด้วย  แต่พอตอนพี่นิคช่วยไม้ไว้ที่ลานเบียร์  พี่ดูเท่อย่างกับฮีโร่ฝ่ายธรรมะในหนังเลย   ถ้ายังไง...ขอไม้เป็นน้องอีกคนได้มั้ยครับ”

 

 

น้องพยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อให้สถานการณ์ชวนอึดอัดลดดีกรีความเครียดลงไป  แต่ไอ้นิคนี่รู้สึกผิดจับขั้วหัวใจ   อดไม่ได้ต้องคว้าตัวไอ้น้องไม้มากอด  แล้วลูบหัวมันเบาๆพยายามปลอบเท่าที่ทำได้

 

 

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ  เอาเป็นว่าเราสงบศึกแล้วเซ็นสัญญาเป็นพี่น้องกันแล้วนะ”

 

 

“แล้วไม้จะช่วยง้อพี่เชนอีกแรงแล้วกันนะ”

 

 

ไอ้น้องไม้เสียงอู้อี้เหมือนคนเป็นหวัดแต่ยังซบหน้ากับไหล่ผมพร้อมกับน้ำตาอุ่นๆที่เปียกเสื้อไอ้นิค  ในที่สุดปัญหาเรื่องน้องไม้ก็ผ่านไปได้โดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อใดๆ  แค่น้องไม้เสียใจและเสียน้ำตาส่วนไอ้นิคก็เสียหมาไปพอสมควร    ทีนี้ก็ต้องจำไปอีกนานเลยว่า  จะทำอะไรต้องใช้สติอย่าใช้แต่อารมณ์    ( ซึ่งไอ้ตัวผมก็จะจำบทเรียนนี้ได้แค่ตอนเสร็จเรื่องไปหมาดๆ เท่านั้นล่ะ  หลังจากนั้นสองสามวันผ่านไป   ไอ้นิคก็จะลืมแล้วกลับเป็นหมาบ้าอีกเหมือนเดิม  เปรียบแล้วก็เหมือนเวลาทำข้อสอบมิดเทอมไม่ได้แล้วออกจากห้องสอบมาด้วยคติสอนใจว่า  สอบไฟนอลคราวหน้ากุจะตั้งใจอ่านหนังสือ  แต่พอมารู้ตัวอีกทีก็นั่งอยู่ในห้องสอบพร้อมทำโจทย์มั่ว  แล้วก็นั่งนึกว่ามิดเทอมคราวหน้ากุจะตั้งใจอ่านหนังสือ  เป็นวงจรอุบาทว์วนเวียนไปมาอย่างนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้วล่ะ )


 

 

เช้าวันเสาร์  ผมต้องลากสังขารตื่นแต่เช้าเพื่อไปส่งพวกฝาแฝดที่ขนส่งฯ ขึ้นรถทัวร์กลับบ้านในสภาพบรรยากาศที่ไม่ค่อยชื่นมื่นสักเท่าไหร่  ไอ้นิคนั้นยังหน้าง่วงหน้ามึนความดันต่ำหลังจากโงหัวออกจากหมอนก่อนหกโมงเช้า   ส่วนไอ้น้องๆก็หน้าหงิกหน้างอเป็นอีกหนึ่งผลิตผลจากการที่ผมรับไอ้น้องไม้เป็นน้อง  แถมยังกอดปลอบกันเป็นนานสองนานเมื่อคืนนี้

 

 

“สอบเสร็จเมื่อไหร่รีบกลับบ้านเลยนะพี่นิค”  ไอ้เนมเข้ามากอดพร้อมกำชับเสียงขุ่นเหมือนเป็นพ่อ

 

 

“ส่วนเรื่องพี่ไอ้วินก็ไม่ต้องคิดมากนะพี่นิค  เลิกกันแล้วก็เลิกเลยไม่ต้องง้อให้เสียเวลาหรอก” 

 

 

ฟังแรกๆก็ซาบซึ้งดีเหมือนไอ้แนนเป็นห่วงผม  แต่ไอ้ประโยคหลังนี่มันออกแนวไม่ประสงค์ดีเลย แต่จะพูดอะไรได้ล่ะครับ  ไอ้นิคก็ได้แต่ถอนใจเฮือกๆนั่นแหละ

 

 

“ครับๆๆ น้องบังเกิดเกล้าทั้งสอง  รีบขึ้นรถเถอะใกล้เวลาละ  ถึงไหนแล้วยังไงก็โทรหานะ  บอกทุกคนด้วยว่าพี่คิดถึง”

 

 

เสียงพนักงานสาวประกาศเรียกผู้โดยสารทำให้ผมรู้สึกทั้งโล่งใจทั้งเหงานิดๆ  ถึงแนนกับเนมจะแสบจะเป็นตัวป่วนกันแค่ไหน  แต่ยังไงฝาแฝดก็เป็นน้องที่ผมรักมาก  เป็นคนสำคัญในชีวิตอีกสองคนที่ไอ้นิคแคร์ความรู้สึก    นั่นสินะ   การที่เรารักใครสักคนหนึ่งและเห็นว่าคนๆนั้นสำคัญกับเรา  เราก็จะแคร์ความรู้สึกเขา  ไม่อยากให้เขาต้องเสียใจ  แต่พอมาย้อนนึกถึงการกระทำของผมที่ทำให้ไอ้เชนเสียใจมันก็น่าโกรธตัวเองจริงๆ   ทั้งที่ผมแคร์มันมาก  แต่ผมกลับทำร้ายความรู้สึกไอ้โย่งได้หน้าตาเฉยแค่เพียงเพราะความงี่เง่าของผมเอง    ดังนั้นถ้าไอ้โย่งมันจะโกรธจะน้อยใจว่าผมไม่แคร์ไม่เห็นความสำคัญของมันก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้วล่ะ

 

 

ไอ้นิคกับมอไซค์หมาแก่พากันมาหยุดอยู่หน้าบ้านคนสำคัญที่ผมคิดว่าต่อไปจะทำอะไรต้องแคร์ความรู้สึกมันให้มากๆ  โดยที่พยายามให้ความคิดนี้ไม่กลายเป็นวงจรอุบาทว์เหมือนเรื่องอ่านหนังสือสอบ  

 

“ต่อ  เชนอยู่มั้ยวะ”

 

 

ผมเรียกไอ้ต่อหน้าตี๋ที่นั่งโขกหมากฮอสอยู่กับไอ้แซ็คอยู่ที่ม้าหิน  พอมันสองตัวเห็นหน้าผมก็ทำหน้าแปลกๆแบบที่ไอ้นิคก็อธิบายไม่ถูก  เหมือนมันดีใจแต่ก็ปนความหนักใจยังไงชอบกล

 

 

“อยู่ๆ เข้ามาสิ  กุว่าจะโทรหาอยู่พอดี  ทำไมมรึงไม่รีบมาง้อไอ้เชนวะ  ปล่อยข้ามคืนข้ามวันอย่างนี้ได้ไง”

 

 

ไอ้ต่อมันต่อว่าสมชื่อ  กุรู้แล้วว่าผิดมรึงไม่ต้องมาย้ำมากน่า

 

 

“แล้วมันอยู่ไหน”

 

 

“อยู่ในบ้านนั่นแหละ  แต่กุเข้าไปบอกมันก่อนดีกว่านะ”

 

 

ไอ้ต่อยิ้มแหยๆแล้วหันไปพยักเพยิดอะไรบางอย่างกับไอ้แซ็คสีหน้ามีพิรุธ

 

 

“ใช่ๆ มรึงมาเล่นแทนไอ้ต่อก่อนเร็ว  กุกำลังติดลมเลยเนี่ย  เร็วๆ”

 

 

ไอ้แซ็คกุลีกุจอเข้ามาดึงแขนผมไปเล่นเกมหมากฮอสกินฝาขวดเป็นพี่วินมอเตอร์ไซค์ว่างงานกับมัน  แต่เรื่องอะไรผมจะเล่น  ก็มันเล่นทำตัวหลุกหลิกน่าสงสัยกันอย่างนี้ไอ้นิคก็ยิ่งอยากรู้สิครับ  ผมเดินดุ่มๆเข้าบ้านพร้อมกับไอ้ต่อแทคทีมไอ้แซ็คทำตัวเป็นผีไม่มีญาติเกาะแข้งเกาะขาถ่วงน้ำหนักไม่ให้ผมเข้าไปในบ้าน

 

 

“เชน”   ผมเรียกผู้ชายตัวสูงที่นั่งอ่านหนังสืออยู่กับสาวน้อยหน้าแฉล้มหน้าตาคุ้นๆ 

 

 

“อ้าวนิค  มีอะไรรึเปล่า”

 

 

น้ำเสียงธรรมดา  สีหน้ายิ้มๆทักทายผมนั่นก็ธรรมดาอีกเหมือนกัน  ไม่สิ  มันจะธรรมดาได้ยังไง  ก็ไอ้โย่งมันงอนผมอยู่มันก็ควรจะแสดงท่าทีไม่พอใจสิ   แต่นี่อะไร  มันทักผมอย่างกับไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลยสักนิด  หรือว่ามันหายโกรธผมแล้ว   ไอ้นิคนึกดีใจ  ใช่แล้ว  ทำไมผมต้องมองโลกในแง่ร้ายอย่างนี้ด้วย  ทั้งๆที่ผมก็รู้ดีว่าไอ้เชนมันแคร์ผมที่สุด  ปกติมันเอาใจผมจะตายไป  แสดงว่าไอ้สุดที่รักมันคงเข้าใจว่าผมแค่ประชดไม่ได้อยากเลิกกับมันจริงๆ   คิดแล้วก็ยิ้มดีใจออกมา

 

 

“กุมาหามึงมีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ”

 

 

ถึงเบาใจว่ามันไม่โกรธแล้วแต่อย่างน้อยผมก็ควรแสดงความรู้สึกผิดแล้วขอโทษมัน  ไอ้เชนมันจะได้เห็นว่าผมก็แคร์มันมากเหมือนกันยังไงล่ะ  

 

 

“เรื่องอะไร  พูดมาเลย”

 

 

ไอ้เชนยิ้มๆ  แต่มันมองหน้าผมแค่แว่บเดียวแล้วยิ้มเลยไปให้สาวน้อยข้างๆที่มองมาด้วยความสนใจ

 

 

“เอ่อ....”

 

 

ทีนี้เลยติดอ่างครับ  มองแบบจะสื่อความหมายว่าอยากคุยกันเป็นการส่วนตัว  และไอ้เชนมันก็เข้าใจครับ 

 

 

“ไม่เป็นไร  ไม่ต้องเกรงใจพูดมาได้เลย   หวานก็คนกันเองนี่แหละ  เออลืมไป  มรึงคงยังไม่รู้จัก  นี่น้ำหวานเพื่อนตั้งแต่สมัยม.ปลายของกุ  หวานเค้าเรียนอิ้ง   หวานนี่เพื่อนที่คณะเราเอง  อยู่ข้างบ้านเนี่ยแหละ  ชื่อนิค”

 

 

“หวัดดีค่ะ”  น้ำหวานยิ้มสวยส่งมาให้ผม

 

 

คุณเคยตกจากอะไรสูงๆมั้ยครับ   ถ้าเคยคงเข้าใจความรู้สึกของผมตอนนี้   ไอ้นิคงี้อารมณ์เหมือนตกต้นมะขามที่คณะตอนงานเปิดบ้านเลยครับ  มันเหมือนเราดิ่งวูบจากที่สูงตกลงมาบนพื้นแบบไม่ทันตั้งตัว  จะลุกก็ลุกไม่ขึ้น  จะพูดก็พูดไม่ออกได้แต่นอนจุกแอ้กอยู่บนพื้น  ผมในตอนนี้มีอาการใกล้เคียงอย่างที่ว่าเลยครับ  ในหัวมันวูบๆมีแต่ความมึนงง  ไม่เข้าใจ  และไม่เข้าใจเต็มสมองไปหมด  


 

 

“กุ...แค่จะมาขอโทษเรื่องวันนั้น  แต่...มรึงคงไม่คิดอะไรแล้ว”

 

 

“เรื่องวันนั้น ?”  มันทำท่านึก 

 

 

“เรื่องไหนล่ะ  พอดีมันหลายเรื่อง  กุเลยชักงงๆลืมไปแล้วว่ะ” 

 

 

พูดแล้วก็หัวเราะเหมือนสบายอารมณ์ซะเต็มประดา

 

 

“นี่ไม่ทันแก่ก็ขี้ลืมละ”  น้ำหวานแหย่  แต่ไอ้นิคแย่ครับ  สะอึกเลยกับประโยคแฝงความนัยของไอ้เชน

 

 

“อ้าว  ขนมหมดพอดี  งั้นคุยกันไปก่อนนะเดี๋ยวหวานไปเอาน้ำมาให้นิคด้วย เชนก้ยังไงเพื่อนมาหาทั้งที....”

 

 

หวานบ่นแบบไม่จริงจังแล้วถือจานเดินหายเข้าไปในครัว  ปล่อยให้ผมยืนอึ้งกับท่าทีของไอ้เชน

 

 

“กุกลับก่อนดีกว่า  ไว้ค่อยคุยกันนะ”

 

 

“ไม่ต้องหรอก  ให้มันจบๆไปเลยก็ดี” 

 

 

ไอ้เชนพูดแต่ไม่มองหน้าผมสักนิด  น้ำเสียงเรื่อยๆกับสายตาที่จับจ้องแต่หนังสือในมือเหมือนเรื่องของผมไม่สลักสำคัญอะไรเลยสักนิด  เจ็บสิครับ  ไอ้นิคงี้เจ็บจนอยากจะร้องไห้  พูดไม่ออกเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ

 

 

“กุขอโทษนะ”  พูดได้แค่นี้จริงๆครับ 

 

 

“ช่างเถอะ  ให้มันจบไปเลยแล้วกัน”  ไอ้เชนก็ยังคงแสดงอาการไม่สะทกสะท้านเช่นเดิม

 

 

“ที่ว่าจบนี่หมายถึงเรื่องของเราใช่มั้ย”  ผมถาม  มันชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

 

 

“ตอนนี้กุเป็นเพื่อนที่คณะของมรึง  เป็นคนข้างบ้านใช่มั้ย” 

 

 

และมันก็พยักหน้าแบบเดิม  ตามด้วยประโยคที่ผมไม่คิดว่าจะได้ยินออกจากปากไอ้เชน 

 

 

“กุเหนื่อยแล้ว  เป็นเพื่อนกันดีกว่านะนิค”

 

 

ประโยคบอกเลิกบ้าๆที่เคยได้ยินไอ้คินพูดกับไอ้เป้แล้วผมคิดว่ามันบ้าบอและน่าขำสิ้นดี  คนเป็นแฟนกัน  พอเลิกกันจะเป็นเพื่อนได้ยังไง  แต่มาวันนี้พอเจอประโยคที่เคยว่ามันบ้าและน่าขำนั่น  ทำเอาไอ้นิคแทบจะเป็นบ้าและขำไม่ออกเลยครับ  ผมได้แต่ยืนนิ่งๆ พยายามปลอบใจตัวเองว่าไอ้เชนมันอาจจะแค่แกล้งทำประชดผมเหมือนที่ผมทำกับมันเมื่อวานก็ได้  แต่พอหวานเดินกลับเข้ามาแล้วไอ้เชนยิ้มให้หญิงสาวเท่านั้นล่ะครับ   เท่านั้นไอ้นิคก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว   ผมบอกลาทั้งคู่แล้วกลับบ้านไปด้วยอาการลอยๆ  ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามานั่งอยู่บนโซฟาพร้อมจานผลไม้ในมือตั้งแต่เมื่อไหร่


        

 

ก็อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ว่า เคยมีแฟนมากี่รายๆ ถ้ามีเรื่องมาให้ไอ้นิคไม่พอใจ  อย่างเช่นแอบวอกแวกไปกับคนอื่น  ทำนองว่ากิ๊กกัน  ผมก็จะบอกเลิกเพื่อตัดปัญหาตัดความรำคาญไปเลย    แต่วันนี้ไอ้นิคพยายามเปลี่ยนสันดานครับ    แม้ก่อนหน้านี้ผมบอกเลิกไอ้เชนง่ายๆเหมือนที่บอกกับแฟนคนก่อนๆ แต่อย่างหนึ่งที่ไม่เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา   คือ   ผมยอมรับว่าตัวเองผิดและตั้งใจไปง้อขอคืนดีด้วยความรู้สึกว่าไม่อยากสูญเสียความรักครั้งนี้ไปง่ายๆ   

 

 

ความผิดหวังมาเยือนอีกครั้ง  และครั้งนี้ดูจะสาหัสกว่าหลายเท่า   ได้แต่เฝ้าถามตัวเองในใจว่า  มันจบแล้วจริงๆหรือ   เรื่องระหว่างผมกับไอ้เชนมันจบแล้วจริงๆหรือ   ไม่มีสารพัดคำถามว่า  ทำไม  เหมือนครั้งก่อน  มีเพียงคำว่าจริงๆหรือ  มันจบแล้วจริงๆหรือ  วนเวียนอยู่ในหัวให้เป็นบ้า 

 

 

“แมร่งเอ้ย”  

 

 

ถีบโต๊ะดังโครม   ปล่อยให้น้ำตาที่ไม่แค่ปริ่มอยู่ในขอบตาไหลออกมาเหมือนท่อประปาแตก 

 

 

“สตอเบอร์รี่นี่ก็เปรี้ยวอีกแล้วว่ะ”

 

 

จิ้มสตอเบอร์รี่ที่ไอ้เชฟใส่จานเข้าตู้เย็นไว้เข้าปาก  ความเย็นพร้อมความเปรี้ยวของผลไม้ลูกเล็กๆ จี๊ดขึ้นสมองทันทีให้ได้ปวดขมับตุบๆเหมือนตอนที่กินสับปะรดไม่มีผิด   เป็นอีกครั้งที่ต้องบอกว่า  อกหักมันเจ็บอย่างนี้นี่เอง  

 

 

 

-----------------------------

 

 

ระบบผ่อนอีกแล้วค่า   รู้ว่าหลายๆคนคงเซ็งความความค้างๆคาๆ   อิป้าก็ค้างค่ะ   ทั้งค้างทั้งตัน  สมองไม่ลื่นเลย     

 

ทักทายกันแบบน้อยนิดแล้วก็ขอตัวไปปั่นต่อก่อนน๊า 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ก็รู้อยู่นะว่าอย่างนิคเนี่ยต้องโดนสั่งสอนซะบ้าง แต่พอโดนเข้าจริงๆ ก็อดสงสารไม่ได้อีกนั่นแหละ เฮ้อ เอาล่ะสิ คราวนี้ถ้านิคมันตัดใจได้จริงๆ คงจะแย่แน่ๆ ถ้าไงลองหันหน้ามาพูดกันดี<span style="white-space: pre;"> </span>ๆ อีกทีดีมั้ย หรือถ้าไม่ก็บ้านใครบ้านมัน เรื่องเป็นเพื่อนกัน เอาไว้คุยกันตอนหลังแล้วกัน ตอนนี้ขอให้ทั้งสองคนตั้งสติให้ดีดีก่อน รวมถึงคนอ่านด้วย แอร๊ยยยยยย อย่าดราม่าได้ม๊ายยยยยย

#37 By kapukluk (103.7.57.18|125.24.39.126) on 2012-06-04 11:52

เฮ้ออออออออ พอนิคเริ่มที่จะรู้สึกตัว

และก็ยอมรับว่าตัวเองใจร้อน วู่วามไปหน่อย

เรื่องน้องไม้เคลียร์ เรื่องแฝดพอไหว

แต่เรื่องเชนเนี่ย เฮ้ออออ

คราวหลังถ้าอกหักต้องไปกินอะไรเปรี้ยวๆแล้ว

#36 By poppavero on 2009-07-11 21:53

เวรกรรม เฮ้อ ม่ะ เดี๋ยวแม่ถอนหายใจเป็นเพื่อน เฮ้อ
เชนมันเอาจิงเว้ยเฮ้ย งานนี้ถึงกับเหนื่อยใจ
นิค สตรอเบอรี่เปรี้ยวซะงั้น เฮ้อ
ไม่รุจะเม้นอะไรนอกจาก...เฮ้อ

#35 By zephyr (125.24.198.21) on 2009-01-05 01:45

TT_TT

#34 By สามีแจจุง (125.26.167.28) on 2008-10-29 17:44

ไม่น่าเลยนิค

#33 By min (202.28.35.2) on 2008-08-11 16:49

#32 By acka (202.28.47.15) on 2008-08-03 16:45

เห็นด้วยกับทุกความเห็นที่เชียร์ ไอ้น้องไม้ หุหุ โหวะ ๆ

#31 By ชูชิกิมจิ (117.47.223.97) on 2008-06-04 22:58

ชักจะเกลียดไอ้เชนขึ้นมาตะหงิดแล้วซิ รู้เชียร์ไอ้น้องไม้ก็ดี

#30 By Killer (118.174.160.220) on 2008-05-28 18:47

ไอ้เชน...แอบแก้แค้นรึ

แก้แค้นกันไป

แก้แค้นกันมา

แระมานจาจบยังไงเนี่ย

#29 By ^_^มารหัวขน^_^ on 2008-05-27 14:00

ถ้าความรักของเชนมันตายง่ายขนาดนั้นก็ปล่อยมันไปเถอะนิค เปลี่ยนใจไปรักคนอื่นง่ายกว่า


ชิชิ โกรธ เชน

#28 By เอ็ม (124.120.99.119) on 2008-05-26 22:13

จบแล้ว เป็นเพื่อนกันได้ด้วยเหรอ
เจ็บอย่างนี้ ไม่เป็นเพื่อนกันดีกว่านะ

จบก็คือจบ แต่อย่าเป็นเพื่อน กันอีกเลย

ทำใจไม่ได้

#27 By baby (124.120.42.225) on 2008-05-26 15:57

เชฟแมคจะ เตรียมอะไรไว้แช่ตู้เย็นอีกน๊า

เลือกไอ้ที่มันหวานๆ เด่
จะได้ มะต้อง ซื๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด



แฮ่ๆๆๆ

#26 By dondake (124.120.97.84) on 2008-05-25 13:09

เป็นไอ้บัฟจะบอกว่า
สตอเบอรี่ก็แหวะอีกแล้วว่ะ
อ้วกกกกกกกกกกก

#25 By บัฟ (203.154.215.98) on 2008-05-25 12:39

ถึงจะเป็นระบบผ่อนแต่ก้อทำหั้ยหายเสี้ยนได้ค่า

เศร้าสุดๆ TT_TT

#23 By Alice (125.24.116.129) on 2008-05-25 03:43

สงสารเจ้านิค หรือว่าเชนนเอาคืน

#22 By pongsj (124.122.192.78) on 2008-05-24 23:46

ง่ะ นึกว่าจะจบวันนี้เลยง่า โธ่ค้างๆแบบนี้คนอ่านจะขาดใจเอานะคะ

#21 By ต่างฟ้า (61.19.183.220) on 2008-05-24 22:21

ง่าา~

ทำไมพี่เชนทำเยี่ยงนี้เล่าคะ?

โฮๆๆ~~

ใจร้ายมากมายเลยอ่ะ ฟังเค้าอธิบายหน่อยดี้!!!!

งอนนนนน

#20 By volinije (118.174.111.58) on 2008-05-24 22:05

เจ้าเชนทำไมทำอย่างนี้ล่ะ
สงสารนิคโว้ยยย

#19 By (124.157.165.138) on 2008-05-24 21:24

แวะเข้ามาดูว่ามีอัพเพิ่มมั๊ย ในที่สุดก้อัพแล้ว open-mounthed smile

แต่เศร้าค่ะ

สงสารนิคจัง

#18 By ren (124.120.184.19) on 2008-05-24 20:51

แง้~~~~~~~~~~~
อย่างอนกันเลยนะๆๆๆๆ ไปกันใหญ่แล้วเนี่ย
น้ำผึ้งหยดเดียวเอง
สันตินะ สันติ

#17 By thaikitten (202.91.18.205) on 2008-05-24 19:59

อัพหน่อยป้า-----------*

#16 By tam (118.172.33.89) on 2008-05-24 18:14

อย่าจบแบบนี้นะ ไม่ปลื้ม (มุขเก่า)

หวังว่าจะเป็นแผนแก้เผ็ดของไส้เดือนนะ..เหอๆsad smile

#15 By snowblack (118.174.94.192) on 2008-05-24 18:03

โอ รักครั้งแรก

เขียนซะ น้ำตาปริ่มๆเลยค่ะ

#14 By nima (86.145.99.113) on 2008-05-24 17:05

อ้ากก

ค้างอีกคราค่ะป้า T=T
แต่ไม่เป็นไรค่ะ คนอ่านมาโซ
ค้าง เราก็ยังคงติดตามอ่านต่อ 555+ ยังไงกันนี่~

สงสารนิคอ่ะ
เชนก็นะ ทำกันได้
ทำเอง ปวดใจเองรึเปล่า
นิคผิดก็จิง แต่ทำงี้เกินไปหน่อยมั้ยเนี่ย ชิๆๆ

เด๋วนิคโดนคนอื่นงาบไป จะรุสึกก ฮึ่มๆ

#13 By ++--:W i l d S o u l::--++ on 2008-05-24 17:00

เคี๊ยกกกกกก อิไส้เดือนเล่นแรงนะมรึงงงงง

หมั่นไส้มันด้วยคนค่ะ ชายนิคยืนหยัดสู้นะลูก สวยๆ อย่างเรา ง้อมันแค่นี้ก็พอละ หาใหม่ดีก่า มันเอาหญิงใหม่มาหยามขนาดนี้ ไม่ต้องลดตัวไปยุ่งกับมันแล้ว โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

รีเควสกิ๊กเก่าด้วยคนค่ะ น้องไม้เก็บไว้ให้แนนเนมเล่น อิ อิ

#12 By emmy (158.108.144.223) on 2008-05-24 16:31

กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ตามตบอีคุณน้องน้ำหวานให้หายแค้น

เอาเชนคืนม้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

>w< ตานิคจ๋า อย่ายอมแพ้นะลูก จับกดไปเลยเด๋วก็ยอมไปเองแหละ

#11 By BassYoncE on 2008-05-24 13:20

ป้าขา

ทำไมทำกันแบบนี้

TT^TT ..

ม่ายนะ ม่ายยยยยยย


โอ้ย ๆ ..... (น้องไม้น่ารัก เกี่ยว ??? )



เชน แกตั้งใจจะทำอย่างที่บอก จริง ๆ เหรอ ไม่นะ ไม่

นิค ..เค้าสงสานตะเอง แง่ ๆ

#10 By จูเรนเจอร์ (118.173.237.169) on 2008-05-24 13:11

คุณชายนิคค๊าบ ที่จริงน้องไม้ก็ไม่เลวนะ ลองเปลี่ยนบทบาทดูบางที...อาจจะติดใจ เราว่าคุณชายเหมาะกับไม้มากกว่าเชนนะ

รักป้าจัง

#9 By tan (124.121.152.80) on 2008-05-24 12:59

ม่ายยยยย เชนอ่า ทำไมทำอย่างนี้
งื้อ เศร้า สงสารนิค
ต่อจากสัประรดเป็นสตรอเบอร์รี่sad smile

อยากให้คืนดีกันเร็วๆ

#8 By nootapao on 2008-05-24 12:53

งั้นให้นู๋นิคไปรีเทิร์นกับน้องไม้ได้มั้ยคะ

ชักจะปลื้มน้องไม้และ

หมันไส้เชนมัน

#7 By hipcy (118.152.9.209) on 2008-05-24 11:26

ขอบคุณ....มากกกกกกกกกกกที่มาต่อ

#6 By fanfic (202.69.140.6) on 2008-05-24 10:41

สงสารนิคอ่ะ ให้เชนใจอ่อนเร็วๆนะป้านะ อย่าค้างนานนะเด่วนี้ไรก็ขึ้น เด๋วดอกเบี้ยค่าค้างขึ้นไปด้วย มาให้เร็วๆ อืมระวังตัวไว้ด้วยก็ดีนะป้า เหอๆๆๆ (เข้าโหมดโหดแล้ว เพราะอยากอ่านต่อมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)cry

#5 By bigbeeboom (203.148.162.198) on 2008-05-24 10:29

แงงงงง


เค้าค้าง ๆ ๆ ๆ ฮือ TT
ทำไมอกหักมันเจ็บจิง ๆ นะนิค

แง้ววว เปน กลจ.ให้้เน้อออ
มิส ๆ + สู้ ๆ ค่ะ ^^

#4 By Aummiiz (125.25.211.91) on 2008-05-24 09:46

T________T
เศร้าๆๆ เมนท์ซะยาว หายเกลี้ยงแงๆๆ

นิครู้ถึงความรู้สึกเชนแล้วสินะ ว่าเจ็บปวดแค่ไหนตอนถูกนิคบอกเลิก

แต่เชนเอาคืนได้ชีช้ำเป็นบ้า โฮฮฮฮฮ ปวดใจ

เพราะไอ่เจ้าแฝดนรกแท้ๆ

#3 By kwa (125.24.83.240) on 2008-05-24 07:42

เชน
นิค

#2 By nick (222.123.215.53) on 2008-05-24 07:39

แงๆๆๆ
ป้าขาทำไมมันเป็นงี๊อ่า
สงสารนู๋นิคอ้ะ
ขอแบบแฮปปี้ๆได้มั๊ยคะ
ม่ายงั้นก็ให้กิ๊กเก่านู่นิคมาดามหัวใจด่วนๆๆค่า

#1 By มามี่จัง (58.136.48.112) on 2008-05-24 05:33