ชิน-อั๊ต 8

posted on 07 Apr 2008 17:38 by skysonatapjj

 

 

 

ผมกำลังเป็นหวัดเพราะนอนบนพื้นเย็นๆแถมยังไม่ได้ห่มผ้าทั้งคืน  และยังเป็นหวัดที่ปนด้วยพิษไข้เพราะความไม่บันยะบันยังของไอ้หื่นกามโรคจิตนั่น  แต่เพราะทิฐิที่อยากแสดงให้ไอ้ตัวต้นเหตุนั่นเห็นว่าผมไม่แคร์ต่อการคุกคามของมัน  และความรู้สึกต้องการจะปรับความเข้าใจกับอาหลิว   อย่างน้อยก็ให้เรากลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมไม่ใช่ไม่มองหน้ากันเหมือนคนไม่รู้จักอย่างนี้  ผมจึงฝืนสังขารลุกขึ้นอาบน้ำไปมหาวิทยาลัยจนได้

 

 

 

 

โหยไอ้ชิน  สภาพมรึงอย่างกับหมาโดนยาเบื่อ

 

 

 

 

หุบตูดไปเลยมรึง  เย็นนี้ไปส่งกูซื้อเครื่องนอนหน่อยสิ

 

 

 

 

 

อะไรของมรึง

 

 

 

 

ไอ้เชษฐ์เกาหัวงงๆแต่ผมก็ปล่อยให้มันงงต่อไป  ฟุบลงกับโต๊ะด้วยความง่วงจากฤทธิ์ยาแก้หวัด  เสียงอาหลิวคุยกับไอ้

ปีศาจโรคจิตอั้ตดังแว่วเข้าหู  แต่ผมก็ง่วงเกินกว่าจะเงยหน้าขึ้นมองได้

 

 

 

 

ไอ้ชิน  หลิวเขาไม่มองมรึงเลยว่ะ  แต่ไอ้อั้ตมาแปลกว่ะเอาแต่จ้องมรึงอยู่นั่นแหละ

 

 

 

 

กุรู้น่ามรึงไม่ต้องย้ำ  ผมได้แต่นึกในใจ  ไอ้เชษฐ์เพื่อนผู้หวังดีเป็นเดือดเป็นแค้นแทนเขย่าตัวผมเบาๆให้เงยหน้ามาดู  แล้วมันก็ด่าผมเบาๆ

 

 

 

 

 

มรึงเป็นไข้นี่หว่า แมร่งตัวร้อนจี๋ยังเจือกมาเรียนอีก  ทุกทีเห็นโดดตลอดแล้วจะมาขยันอะไรเอาตอนนี้วะ

 

 

 

 

 

มันบ่นเสียยืดยาวจนผมต้องเงยหน้าแดงก่ำด้วยพิษไข้ของตัวเองขึ้นด่ามัน

 

 

 

 

กุปวดหัวจะแตกแมร่งยังต้องมาทนฟังเสียงควายๆของมรึงอีก  เดี๋ยวเลิกคาบนี้แล้วค่อยไปหาหมอก็ได้  มรึงหยุดบ่นเลย กุจะนอน

 

 

 

 

 

ผมตั้งท่าจะฟุบนอนต่อแต่ก็จะต้องร้องเฮ้ยขึ้นเสียงดังเมื่อจู่ๆไอ้โรคจิตอั้ตก็เดินเข้ามาคว้าแขนผมให้ลุกขึ้นพร้อมกับออกคำสั่งให้ไปหาหมอกับมัน  ความจริงผมก็ไม่อยากได้รับความช่วยเหลือหรือยุ่งเกี่ยวใดๆกับมันหรอกนะครับ  แต่ตอนนี้ผมป่วยเกินกว่าจะออกแรงชกมันได้  ได้แต่เดินเซเซ่ดๆไปตามแรงดึง

 

 

 

 

 

 

ผมถูกหมอท่าทางใจดีซักถามตรวจอาการอยู่ครู่ใหญ่  ก่อนจะถูกเข็นไปเจาะหลังมือให้น้ำเกลือแล้วพาตัวเข้าห้องพัก  ความจริงแล้วค่าประกันสุขภาพที่นักศึกษาอย่างเราๆจ่ายพร้อมค่าลงทะเบียนในทุกเทอมก็ทำให้ผมไปตรวจรักษาฟรีได้ในโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย  แต่ไอ้โรคจิตอั้ตกลับพาผมมาตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนราคาแพงหูฉี่แต่บริการก็เยี่ยมตามจำนวนเงินที่ต้องชำระเป็นค่าใช้จ่าย  คงเพราะมันเป็นหลานคนเดียวของเจ้าของโรงพยาบาลก็ได้ครับ  เรียกว่าหาลูกค้าให้ครอบครัวว่างั้น  ผมรู้เพราะได้ยินพยาบาลคุยกันนะครับ  ไม่ได้จะสนใจอะไรมันมากมาย

 

 

 

หลับไปนานเพราะฤทธิ์ยา  ตื่นมาประมาณทุ่มกว่าๆก็ยังเจอไอ้โรคจิตอั้ตนอนหลับอยู่บนโซฟา  มีนิตยสารรถกางปิดหน้าหล่อๆของมันอยู่  ผมนอนเหม่อมองไปนอกหน้าต่างอยู่นานจนไอ้คนที่กลายเป็นเจ้าของไข้ผมตื่นขึ้นมา  หน้ามึนๆตอนเพิ่งตื่นของมันก็ยังดูดีอยู่เลยครับ  ช่วยไม่ได้  ก็คนมันหน้าตาดีครับ  ผมนึกปลงๆอยู่ในใจ

 

 

 

 

 

รู้สึกเป็นไงบ้าง  เจ็บตรงไหนรึเปล่า  หิวมั้ย  เดี๋ยวฉันหาอะไรให้กิน

 

 

 

 

 

ผมจ้องหน้ามันนิ่ง  อยากจะด่ามันว่าเพราะมันคนเดียวทำให้ผมต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้แต่นึกอีกที ไม่พูดดีกว่า  ยอมรับอย่างไม่อายเลยครับว่ากลัวมันจะทำอะไรบ้าๆอีก

 

 

 

 

ผมไม่พูดอะไรสักคำ  เอนตัวลงนอนแล้วหันหลังหนีมันอย่างนึกรังเกียจ  ผมไม่สนว่ามันจะมองผมด้วยความห่วงใยและเป็นกังวลแค่ไหน  มันบอกว่ามันชอบผม  ดีแล้ว  ชอบให้มากๆแล้วผมจะทำให้มันเสียใจยิ่งกว่าที่ผมเจ็บ  เป็นสิบๆเท่าเลยคอยดู  ผมหลับไปอีกครั้งก่อนจะตื่นขึ้นมาด้วยการปลุกของพยาบาลที่ส่งเสียงหวานๆขณะเข้ามาวัดไข้

 

 

 

 

 

ลุกมากินข้าวก่อน  แล้วจะได้กินยา 

 

 

 

 

 

ผมมองตามหลังคุณพยาบาลไปสายตาละห้อย เพราะไอ้โรคจิตมันเริ่มน้ำเสียงข่มขู่อีกแล้วครับ 

          

 

 

 

ไม่หิว

 

 

 

 

ไม่หิวก็ต้องกินเพราะเดี๋ยวจะต้องกินยาอีก

 

 

 

 

 

เงียบ  ไม่มีเสียงตอบ  เพราะผมนอนหลับตานิ่ง  พยายามไม่ต่อล้อต่อเถียงกับไอ้อั้ตเผื่อมันจะเบื่อและเลิกพูดไปเอง  แต่ไม่คิดว่าอาการเงียบไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองของตนเองจะทำให้ไอ้โรคจิตสองหน้าโมโหได้เหมือนกัน

 

 

 

 

จะกินดีๆหรือจะให้บังคับ  อยากลองนอกสถานที่ดูบ้างมั้ยล่ะ  ที่โรงพยาบาลนี่ก็ดีเหมือนกันนะ  นานๆจะมีโอกาส

 

 

 

 

 

เห็นมั้ยล่ะครับว่ามันโรคจิตแค่ไหน  ผมสะดุ้งเมื่อไอ้อั้ตลากเอวผมเข้าไปใกล้แล้วก้มลงกัดที่คอผมจนเป็นรอยฟัน  ทั้งโรคจิตทั้งซาดิสต์  กับคนป่วยก็ยังไม่เว้น  ผมน้ำตาซึมทุบยังไงมันก็ไม่สะเทือน ลิ้นร้อนไล้เบาๆที่รอยบนคอผมที่มันทำขึ้น  ฝ่ามือลูบไปตามแนวสันหลังภายใต้เสื้อคนป่วย

 

 

 

 

 

ทำไมถึงต้องให้บังคับตลอดเลยนะชิน

 

 

 

 

 

ไอ้อั้ตพึมพำกับซอกคอของผม  ก่อนที่ร่างสูงจะถอนใจบางๆเพราะเห็นอาการน้ำตาคลออย่างโกรธแค้นของคนป่วย 

 

 

 

 

 

รักฉันสักนิดไม่ได้เหรอชิน  รักให้ได้สักนิดของที่นายรักหลิวก็ยังดี

 

 

 

 

 

น้ำเสียงนุ่มๆมีแววเศร้า  ผมไม่ตอบ  กินยาแล้วก็นอนหันหลังนิ่งเหมือนเดิม   พักหนึ่งผมก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของไอ้คนเฝ้าไข้เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ