ข้างบ้านน่ะตัวแสบ 13

posted on 07 Apr 2008 23:25 by skysonatapjj

 


ลูกผู้ชายนายนิคผู้มีชะตาชีวิตต้องข้องเกี่ยวกับหมัดเข่าศอกให้ได้เลือดตกยางออกอยู่บ่อยครั้ง   กำลังนั่งหน้ายักษ์อยู่บนโซฟาหน้าทีวี   พลางทำเสียงซี้ดซ้าดอยู่เป็นระยะๆ  นี่ไม่ได้กินส้มตำปูปลาร้าแซ่บอีหลี  หรือว่ากำลังดูวีซีดี  ดีวีดี  สอนเพศศึกษาจากครูสาวสวย  หมวยๆเอ๊กซ์ๆแต่อย่างใด  

 

 

“เบาๆหน่อยสิไอ้คิน  เดี๋ยวหน้ากุแหก  เสียโฉมหมดหล่อกันพอดี”  

 

 

ผมต่อว่าบุรุษพยาบาลคิน  ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้อย่างตั้งใจเพราะผมขี้เกียจไปโรงพยาบาลให้เปลืองตังค์เปลืองค่าน้ำมันเปล่าๆ   แล้วคุณชายนิคเงยหน้าขึ้นมองบรรดาเพื่อนๆที่รักทั้งหลายที่กำลังยืนเจี๋ยมเจี้ยมหน้ากระดานเรียงหนึ่งอยู่ตรงหน้า   ไอ้ตี๋ต่อช่างภาพอีโรติคถึงขั้นใช้มือกุมเป้า หน้าเครียด ปากขมุบขมิบคล้ายกำลังท่องมนต์เรียกขวัญกำลังใจหรือไม่ก็เรียกหาพ่อแก้วแม่แก้ว  เหมือนพยายามจะปกป้องน้องตี๋น้อยในยามที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังจะเตะฟรีคิกกันเลยทีเดียว   เอาเข้าไป  เห็นกุโหดเป็นยักษ์เป็นมารไปได้    แต่ถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียงล่ะ


 

 

“เชี้ยโก้   ไอ้เชฟแม็ค  ไอ้เวงตี๋ต่อ  ไอ้ลูกชิ้นปิงปองเน่า  มีอะไรจะพูดก็ว่ามา  ยึกยักมากนักเดี๋ยวเจอกุเหนี่ยว”

 

 

ไอ้คุณนิคเสียงโหด  ตอนนี้มีผ้าก๊อซติดอยู่ที่หน้าผากเรียบร้อยแล้ว  สงสัยหมดหล่อไปอีกหลายวันเลยกุ

 

 

“กุขอโทษ  แค่อำเล่นๆไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลายขนาดนี้”    เชี้ยโก้   จำเลยที่หนึ่งเสียงอ่อย

 

 

“กุจะลบแล้วนะแต่พอดีช่วงนี้มันยุ่งๆเลยลืมไปน่ะ” 

 

ไอ้เชฟแม็ค  จำเลยที่สองก็เสียงอ่อยไม่แพ้กันตามด้วยจำเลยที่สามและสี่ตามลำดับ

 

 

“กุบอกแล้วว่าอย่าถ่าย  เห็นมั้ยมรึง  ได้เรื่องเลย”  ไอ้ต่อหน้าตี๋บ่นอุบกับไอ้ปิงปอง

 

 

“ห่ะดิมรึง  พูดงี้โยนขี้ให้กุนี่หว่า  แล้วใครมันบอกกุว่า  ใช้มุมกล้องไม่สวยต้องจัดฉากเอง แล้วลากแขนไอ้เชนไปกอดไอ้คุณนิควะ”   ไอ้ปิงปองเริ่มแฉกันเอง

 

 

“พอเลยพวกมรึง  ผิดเหมือนกันนั่นแหละ  ไอ้ตี๋ไอ้ปอง มรึงสองตัวไปนั่งได้แล้ว”

 

ไอ้สองตัวข้างบ้านผู้ตกอยู่ในฐานะจำเลยที่สามและสี่เถียงกันอยู่สักพักจึงยอมรับสารภาพรับผิดแต่โดยดี  เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี  ผมเลยลดโทษให้กึ่งหนึ่ง  ให้มันสองตัวเลี้ยงเหล้าสามเดือนแล้วอนุญาตให้กลับไปนั่งที่ได้  เหลือแต่เพื่อนตัวเองเนี่ยแหละ  ตัวดีเลย

 

 

“มรึงส่งรูปกุให้ใครดูบ้างนอกจากไอ้ขลุ่ย” 

 

 

“ก็ไม่มีใครหรอก   แค่ไอ้ปิ่น  ไอ้เจี้ยบ  ไอ้ตะวัน  เฮียสิทธิ์....” 

 

 

แล้วไอ้โก้ก็สาธยายรายชื่อผู้สมรู้ร่วมคิด  ให้ผมไปขยายผลจับกุมคนร้ายต่อไป  แล้วดูรายชื่อแต่ละคน  พนักงงานดีเด่นระดับเหรียญทองของเจ้ากรมข่าวลือทั้งนั้น   โอ้ว ม่าย  ให้ตายเถอะซาร่า   มิน่า  หลังๆมานี้  ไอ้พวกนั้นถึงแซวตลอดว่าไอ้เชนเป็นสามีผม   นึกแปลกใจอยู่แล้วเชียวว่าทำไมแค่ผมติดรถไอ้หน้าหล่อไปเรียนแค่นี้ไม่เห็นต้องแซวกันถึงขนาดนั้น  ที่แท้ไอ้ตัวต้นเหตุก็อยู่นี่เอง

 

 

“แต่กุก็ไม่ได้ส่งแค่รูปอีโรติคนะว้อย  รูปอุบาทว์ๆที่มรึงว่ากุก็ส่งไปตั้งเยอะ  เห็นแล้วก็รู้ว่าแค่เรื่องอำกันเล่นๆ ไม่มีใครเขาคิดเป็นจริงเป็นจังอย่างไอ้ขลุ่ยหรอก”  ไอ้โก้รีบปิดปากตัวเองแล้วหัวเราะแหะๆ  เข้ามาประจบ

 

 

“มรึงอย่าโกรธกุเลยนะ  แค่อำกันขำๆน่ะ  อีกอย่างมรึงก็บอกเองไม่ใช่เหรอว่าเพื่อนอย่างกุตัดไม่ตายขายไม่ขาดอยู่แล้ว  มรึงอย่าคิดเล็ดคิดน้อยสิวะ  ไม่แมนนะมรึง”

 

 

ยังมีหน้ามาพูดอย่างนี้อีก  ดูมัน  เชี้ยโก้

 

 

“เออ  กุจะไม่แมนก็เพราะมรึงเนี่ยแหละ เป็นไง  อำจนได้เรื่อง  กุเกือบไม่แมนแล้วกลายเป็นเมียไอ้ขลุ่ยแท้ๆ ยังเจือกบอกไม่ให้โกรธอีก”

 

 

“น่านะ  กุยอมรับผิดทุกอย่างเลย  มรึงอย่าโกรธกุนะ”

 

 

ไอ้สองตัวทำเสียงปะเหลาะได้อย่างน่าหมั่นไส้  เอาวะ  ไม่โกรธก็ไม่โกรธ  แต่ไว้ค่อยลงโทษพวกมันอีกทีหลัง    คืนนี้ไอ้นิคก็ง่วงเต็มทีแล้ว  โดนไอ้ขลุ่ยซ้อมจนระบมไปหมด  กุหนอกุ  

 

 

พอทายานวดแก้ฟกช้ำเสร็จเรียบร้อยผมก็หอบสังขารน่วมๆจะนอนมันที่โซฟานี่แหละ  ขี้เกียจไปบ้านไอ้เชนมัน  แต่จะให้นอนกับไอ้เชฟแม็คเชี้ยโก้ก็ไม่ไหว  ห้องมันรกอย่างกับป่าดงดิบ  เตียงก็สุดแสนจะแคบ   จะให้ไปนอนกับไอ้คู่ผัวเมียคินเป้นั้นก็ลืมไปได้เลย  เดี๋ยวมันชวนเล่น 3P ขึ้นมาจะลำบากเอาได้

 

 

“มรึงอย่ามานอนตรงนี้เลย โซฟาก็ใช่จะตัวใหญ่  ปวดเอวตายห่ะ  ไปนอนกับไอ้เชนเถอะ  เตียงมันคิงไซส์เลยนะเว้ย  ส่งตรงมาจากสวิสฯ  หนานุ่ม   ไม่ซึมเปื้อนด้านข้าง  มั่นใจตลอดคืน”

 

 

ไอ้แซ็คยังไม่วายตลกคาเฟ่

 

 

“ใช่เวลาตลกมั้ยเนี่ย   เออๆก็ได้วะ  แต่กุขอขึ้นไปเอาผ้าห่มก่อนนะ” 

 

 

ผมตัดความรำคาญ  ไปก็ไปวะ  เพราะถ้าขืนยังเล่นตัวมีหวังไอ้พวกนี้ไม่ยอมกลับบ้านพวกมันแน่

 

 

“เดี๋ยวกุไปเอาให้”

 

 

ไอ้โก้ยังคงกลัวความผิดรีบแจ้นขึ้นไปที่ห้องผมแล้วหอบมาครบทั้งหมอนทั้งผ้าห่ม     คืนนั้นผมเลยต้องหอบผ้าหอบผ่อนย้ายสำมะโนครัวชั่วคราวไปนอนห้องไอ้เชนมัน   จะว่าไปก็เหมือนอลิซหลุดเข้าไปในแดนมหัศจรรย์  แต่ผมเป็นผู้ชายจะเรียกว่าอลิซคงไม่เหมาะ  เอาเป็นตอนที่แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ปีนต้นถั่วขึ้นไปถึงบนเมฆดีกว่า   ห้องไอ้หน้าหล่อเดือนคณะตกแต่งเรียบๆแต่เน้นหรูหราและนำสมัย  ของแต่งห้องแต่ละอย่างนี่อย่างกับมาจากทั่วมุมโลก   ไม่แปลกใจละที่แค่โบนัสของพ่อมันก็สามารถซื้อรถคันละเป็นล้านให้ลูกชายได้อย่างนี้   หรือความจริงไอ้เชนมันจะค้ายาแต่บอกว่าท่านพ่อมันได้โบนัสบังหน้า     หันไปดูเตียงคิงไซส์ที่ไอ้แซ็คมันโฆษณาเป็นผ้าอนามัยก็ดูน่านอนจริงๆ 


 

 

“โอ้ย  ห่ะนี่เล่นเชี้ยไรของมรึง”  ผมด่าเมื่อไอ้เจ้าของห้องกระตุกแขนผมแรงๆให้เดินตามมัน

 

 

“มรึงจะเหม่ออะไรนักหนา  เอาของไปเก็บก่อนเดี๋ยวกุจะทำแผลให้”

 

 

ไอ้เชนเห็นผมทำหน้าจะเอาเรื่อง  ก็เป็นฝ่ายดึงผ้าห่มกับหมอนโอท็อปในมือผมไปวางไว้บนเตียงแล้วฉุดกระชากลากถูไอ้นิคไปนั่งที่โซฟา   ไอ้โย่งเชนมันค้นอะไรกุกกักอยู่ในตู้แป๊บเดียวก็ได้กล่องปฐมพยาบาลออกมา  

 

 

“ทำแผลอะไรของมรึง  ไอ้คินก็ทำให้กุแล้วไง”


 

 

“ถอดเสื้อออก”   ไอ้เชนไม่ตอบแต่ออกคำสั่ง  ผมเลยส่ายหน้าจะลุกไปนอนแต่โดนฉุดแขนไว้

 

 

“กุจะทำแผลให้  แผลที่มรึงโดนกัดน่ะ   เมื่อกี้ไม่ได้ให้ไอ้คินใส่ยาให้เพราะอายไอ้พวกนั้นไม่ใช่เหรอ  เร็วสิ  กุไม่ปล้ำมรึงหรอกน่า”

 

 

ผมเลยถลึงตาใส่มันแต่ก็ยอมถอดเสื้อให้ไอ้เชนทำแผลแต่โดยดี  แอลกอฮอล์โดนแผลที่ถูกไอ้ขลุ่ยกัด  แสบจนสะดุ้ง  พรุ่งนี้แผลนี่คงเขียวช้ำน่าดู  ไอ้ขลุ่ยก็ดันหื่นกัดมาเสียแรงจนเลือดซิบอย่างนี้

 

 

“กุขอโทษ”  จู่ๆไอ้เชนก็พูดขึ้น  ทำเอาผมงง 

 

 

“ไม่เป็นไรกุหนังหนา   รีบๆทำแผลเถอะ   กุง่วงแล้ว”

 

 

“ไม่ใช่เรื่องนี้  กุหมายถึงเรื่องไอ้ขลุ่ย”   ผมเลยร้องอ๋อ   ก็นึกว่าเรื่องอะไร

 

 

“ช่างเถอะ  กุไม่โกรธแล้ว  กุผิดเองที่ไปหลอกอำไอ้ขลุ่ยมันก่อน” 

 

 

“แต่กุไม่ได้อำ  กุพูดจริงๆ”     

 

 

ห๊า  มรึงว่าอะไรนะ  ผมอ้าปากค้าง  มองหน้าไอ้เชนแหยงๆ เริ่มถอยห่างจากไอ้โย่งหน้าหล่อ   มรึงพูดงี้หมายความว่าไง   ไม่ใช่ตั้งใจจะแทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจกุอีกคนนะ

 

 

“อะไร   ทำหน้าอย่างกับกุจะข่มขืนมรึงอีกคน   กุไม่ทำหรอก....ถ้ามรึงไม่ขอนะ”

 

 

ปากมันก็ว่าจะไม่ทำถ้าผมไม่ขอแต่การกระทำของมันนี่อะไรก้านนนนนน   ไอ้เชนก้มลงจุ๊บเบาๆที่ปากผม  แล้วมันก็หัวเราะหึๆ แบบทีเล่นทีจริง  ก่อนจะลุกเอากล่องยาไปเก็บ  

 

 

“ไอ้เวง   พอเลยมรึง  กุจะนอนละ  อย่ามาใกล้นะว้อย   กุถีบจริงๆด้วย”

 

 

ผมโหยหวนลั่น  รีบลุกไปเอาหมอนข้างมากั้นกลางแล้วล้มตัวลงนอนคลุมโปง  แต่ไอ้เชนมันยังตามราวี  ดึงผ้าห่มผมออกแล้วทำหน้าโรคจิตใส่

 

 

“กุไม่ทำอะไรมรึงหรอกน่า  เห็นวันนี้ช้ำมากแล้ว  สงสาร  ไว้ค่อยทำวันหลังก็ได้”

 

 

“วันหลังบ้านมรึงสิ    ไอเวงนี่   ถอยป๊ายยยย กุร้อน”

 

 

“จะไปบ้านกุเหรอ  ได้เลย  ที่ไหนดีล่ะ เอาเป็นบ้านที่หัวหินมั้ย  ติดชายหาดบรรยากาศโรแมนติค  รับรองว่าลืมไม่ลงเลยล่ะที่รักจ๋า”

 

 

ไอ้เชนจูบแก้มผมซ้ายขวาแล้วหัวเราะเสียงดัง ก่อนที่มันจะเดินหายเข้าห้องน้ำไป  ทิ้งให้ผมส่งเสียงสาปแช่งมันอยู่บนเตียงพร้อมกับกองผ้าห่มที่เอามาม้วนห่อตัวเป็นหนอนดักแด้ป้องกันการรุกร้ำอำนาจอธิปไตยประตูหลังบ้านจากไอ้เชน    หนอย   ไอ้เชน   แกล้งแหย่กุเล่นอย่างนี้สนุกมากนะมรึง   ผมคิดแค้นๆสักพักก็ผล็อยหลับไป   เฮ้อ.... ไอ้ผมนี่มันดวงโลกาวินาศสันตะโรจริงๆ 

 

 

---------------------------------------------

 

 

งานเปิดบ้านของมหาวิทยาลัยกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า  ช่วงนี้เลยเห็นบรรดานักศึกษาเตรียมงานกันอย่างคึกคักจนดึกดื่น   น้องปีหนึ่งนั้นรับบทหนักสุดเพราะเป็นน้องน้อยของชั้นปีง่ายต่อการจิกศีรษะ  กดขี่ข่มเหง  ให้ใช้แรงงานเยี่ยงทาส   ส่วนรุ่นพี่ทั้งหลายก็มีงานหนักเบาลดหลั่นกันไปตามแต่ละบรรดาศักดิ์ชั้นปีของตัวเอง

 

 

“ไอ้นิค  นั่นมรึงตอกตะปูหรือจะทุบตึกทิ้งกันแน่  ให้มันเบามือหน่อยว้อย” 

 

 

พี่เจ๋ง  พี่ปีห้าสายรหัสของผมตะโกนด่ามาแต่ไกล   ก็พี่แกเล่นนั่งมองสาวๆที่ขับรถผ่านซุ้มไปมา  แล้วตัวเองก็ชี้นิ้วสั่งน้องๆอย่างเดียว   ไม้ไผ้ที่เอามาทำโครงซุ้มประตูสำหรับตกแต