ข้างบ้านน่ะตัวแสบ 11

posted on 07 Apr 2008 23:15 by skysonatapjj

 

 

ยะฮู้  !!   สอบมิดเทอมเสร็จแล้วครับ พ่อแม่พี่น้อง มิตรรักแฟนนิค  และแฟนนานุแฟนทุกท่าน   หลายคนอ่านแล้วอาจจะรู้สึกว่าวันนี้ผมมาแปลก   เพราะปกติไอ้คุณนิคมันเอาแต่ไร้สาระ  กินเหล้าเคล้านารี  มีเรื่องตีหัวหมา ด่าชื่อพ่อล้อชื่อแม่คนอื่นไปวันๆ   แต่ไหงวันนี้มาถึงก็พูดเรื่องสอบได้    อยากจะแก้ตัวสักเล็กน้อยครับว่าความจริงผมก็ยังใส่ใจการเรียนอยู่  เพียงแต่เรื่องเรียนมันเป็นเรื่องที่ไม่รู้จะเล่าไปทำไมให้ปวดหัวเจ็บกบาลกันเปล่าๆ  โดยเฉพาะวิศวะที่มีแต่ตัวเลขบานตะไทเห็นตำราแล้วพาลจะไข้ขึ้น   แต่ไหนๆก็ไถลมาพูดถึงเรื่องเรียนกันแล้วก็ต้องพูดถึงไอ้คินมันอีกซะหน่อย  

 

 

ไอ้นี่มันเรียนเก่งระดับเฉียดสี่จุดทุกเทอม  เล่นเอาพวกขี้เกียจสันหลังยาว โคตะระจะยาวอย่างผมกับไอ้แม็คได้อานิสงส์ทั้งด้านดีและไม่ดีกันไปแบบเต็มๆ   

 

 

ด้านไม่ดีคือ  เวลาสอบเสร็จ  ถ้าพวกผมคะแนนออกมาเห่ยก็จะโดนหยอกแกมสมน้ำหน้าจากเพื่อนสาขาว่าเสียชาติเกิดที่มีเพื่อนฉลาดอย่างไอ้คิน  โดยเฉพาะบรรดาอาจารย์ที่เคารพทั้งหลายที่มักจะบ่นปนถามว่าพวกผมอยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมความขยันและคะแนนสอบมันถึงได้ต่างกันอย่างกับฟ้ากับเหวนรกสุดลึก   ผมเลยค่อนข้างเซ็ง   สมองกุกะไอ้คินไม่ได้ติดกันเป็นแฝดสยามสักกะหน่อย  ก็โดนเพื่อนๆกับอาจารย์รุมว่ากันซะเสียหายไปเลยครับ    ส่วนอานิสงส์ด้านดีๆที่ได้ก็คือ   เวลามีงานกลุ่มก็จะเกาะไอ้คินขึ้นสู่สรวงสวรรค์  ดินแดนที่มีเกรดเอกับบีบวกแจกจ่ายให้เราอิ่มทิพย์อยู่ตลอดเวลา  (น่าจะคล้ายๆกับเกาะชายผ้าเหลือง)   55  ชั่วจริงกุ  กินแรงเพื่อนอร่อยดี    ส่วนเวลาใกล้สอบก็บังคับไอ้คนเก่งมันติวให้นั่นแหละ  ติวแค่ให้เฉียดมีนเล็กๆพอมีลุ้นไม่ให้มีหมามาเพิ่มในทรานสคริปท์ก็เป็นใช้ได้   แต่จะเฉียดบนหรือเฉียดล่างนี่ค่อยว่ากันอีกที   ก็คนโดนติวมันขี้เกียจนี่ครับ อิๆ   

 

 

ผมกับไอ้แม็คก็ยังคาดกันว่า  ไอ้คินมันจะเป็นพระเจ้าในรุ่นเราที่สามารถเรียนจบได้ภายในสี่ปี   ก็ที่มหาวิทยาลัยผม  ใครเรียนวิดวะแล้วจบได้ภายในสี่ปี  เราจะยกให้ไอ้มนุษย์สปีชีส์นั้นเป็น  พระเจ้าครับ 

 

 

ข้อสอบวิชาสุดท้ายเพื่อส่งท้ายการเป็นเด็กปีสองของพวกผม  คือวิชาแคลคูลัส   วิชาที่เป็นภาระอันแสนจะหนักอึ้งอย่างมหาศาลสำหรับพวกกบาลบรรจุแต่ขี้เลื่อยอย่างผมกับไอ้แม็ค   เพราะพวกผมไม่ได้มีรอยหยักในสมองไม่ได้ถี่ยิบและไม่ได้ผ่านการบริหารออกกำลังกันโรคสมองฝ่ออย่างสม่ำเสมอเหมือนอย่างไอ้คิน  กว่าจะออกจากห้องมาได้ก็แทบจะอ้วกออกมาเป็นตัวเลข  ไอ้นิคหน้ามึนออกมา   นึกเจ็บใจตะหงิดๆ  ไอ้ที่เก็งไว้ละเจือกไม่ออก  แต่ที่ออกก็เจือกไม่ได้อ่าน  อุตส่าห์เอาหนังสือแคลฯไปหนุนนอนแทนหมอนเผื่อมันจะทำการรีเวิร์สออสโมซิสเข้าสู่สมอง  แต่ตื่นมานอกจากจะโง่เหมือนเดิมแล้วยังแถมอาการปวดคอเพราะถูกตะคริวกิน  ต้องควักกระเป๋าเสียตังค์ซื้อยาหม่องตาลิงถือลูกท้ออีก   ทั้งดมทั้งทาในขวดเดี๋ยวกัน    เฮ้อ...เซ็ง 


 

 

“ไอ้แม็ค  กุม่ายหวายแล้ว  กุจะอ้วกกก  นี่ขนาดแค่มิดเทอมนะมรึง” 

 

 

ออกจากห้องสอบมาได้ผมก็แทบจะแผ่หลาลงไปกลิ้งกับพื้นหญ้าแล้วนั่งเคี้ยวเอื้องพักสมองสักชั่วโมงสองชั่วโมง   หันไปมองไอ้แม็คที่ฟุบเงียบอยู่กับโต๊ะก็ดูท่าว่ามันกับผมจะมีชะตากรรมในการสอบใกล้เคียงกัน   ฟุบหน้าแน่นิ่งไปอย่างนั้นสงสัยจะไปเฝ้าเง็กเซียนฮ่องเต้ขอพรให้ไม่ติดเอฟแล้วแน่ๆ

 

 

“อ่านหนังสือทำข้อสอบล่ะจะอ้วก  ทีแด๊กเหล้านี่เห็นคอแข็งอย่างกับเหล็กน้ำพี้”

 

 

ไอ้ปิ่นเอาเล็คเชอร์ของตัวเองขึ้นมาโบกเรียกลม  สีหน้าประหนึ่งจะเยาะเย้ยเพื่อนผู้โง่เขลาอย่างผมว่า  วิชานี้เอไม่ไปไหนไกลฉันแน่ๆ  ก่อนที่ไอ้ดาวสาขามันจะโยนเอสี่ปึกใหญ่ที่มันปรินท์มาเกี่ยวกับงานโอเพ่นเฮาส์  เป็นงานวิชาการประจำปีของมหาวิทยาลัยที่จัดขึ้นทุกๆสองปี  คณะวิศวกรรมศาสตร์ก็เป็นอีกหนึ่งในคณะที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม   ส่วนสาขาวิศวะฯคอมของพวกผม  นอกจากจะมีซุ้มวิชาการให้ความรู้แล้วก็ยังมีเล่นเกม และออกร้านเพื่อหาเงินเข้าสาขาอีกด้วย

 

 

“โห  สร้างสรรค์โคดๆ  สอยดาว  ปาเป้า  บิงโก  นี่ใช้อะไรคิดวะ แมร่งโบราณชิบ” 

 

 

ผมเปิดๆดูกระดาษแผนงานในมือที่ได้มาแล้วก็ส่ายหน้าไม่เห็นด้วยอย่างแรง  ไม่แนวเลยครับ

 

 

“แล้วอะไรที่มรึงว่ามันสร้างสรรค์ก็บอกมาดิ” 

 

 

นางงามกินเด็กทำตาจิกเสียงกัดใส่  ผมเลยตัดสินใจเงียบ  ถือคติ  หุบปากไว้เป็นดี  ชีวีจะปลอดภัยครับ  เราคุยกันรอไอ้พวกที่เหลือมาจนครบองก์ประชุมแล้วจึงเคลื่อนกระบวนพลที่มองดูคล้ายขบวนทอดกฐิน ทอดผ้าป่าไปโรงอาหาร  มีไอ้ปิ่นเดินนำแถวโดยมีผมถือปึกกระดาษเดินตามด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัวที่บังอาจไปลบหลู่แผนสอยดาวของเจ๊แกเข้า   ตามมาด้วยไอ้ตะวันกับไอ้แม็คที่ยังสะลึมสะลือกับโจทย์แคลฯไม่เลิก   รั้งท้ายด้วยไอ้ไอ้เจี้ยบกับไอ้เกมที่เป็นติ่งอะไรสักอย่างห้อยท้ายขบวนมากับเขา   ก็มันเอาแต่คุยกันกระจุ๋งกระจิ๋งไม่สนใจชาวบ้านชาวช่องน่ะสิครับ   ส่วนไอ้คินก็ไม่ต้องไปถามหา   มันสอบเสร็จก็ชิ่งไปฉลองกับที่รักมันแล้วครับ

 

 

พวกเราเหล่าคณะผ้าป่าสามัคคีเดินหน้ามึนกันไปถึงแคนทีนก็ต้องตื่นตาแบบขากรรไกรค้างกับความอลังการที่ไอ้บอยแบนด์ข้างบ้านผมมันกำลังโชว์พาวความหล่ออยู่    นั่งกันเป็นคู่ๆเลยครับพ่อแม่พี่น้อง   ทั้งๆที่ปกติ  แคนทีนคณะเราจะไม่ค่อยมีสาวๆนอกคณะเข้ามาใช้บริการเพราะเกรงอำนาจบารมีความถึกเถื่อนถ่อยและสถุนของผู้ชายวิดวะหน้าตาเหี้ยมๆ ที่มีอยู่เกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นของจำนวนนักศึกษาชายในคณะทั้งหมด  ส่วนอีกสิบเปอร์เซ็นที่เหลือก็นั่นไงครับ  ไอ้บูม แซ็ค  ปิงปอง ตี๋ต่อและไอ้เดือนคณะเชน  อ้อ  รวมไอ้คินไว้ด้วยก็ได้

 

 

“แมร่ง  บอยแบนด์กับเกิร์ลแก๊งค์   มรึงดูดิ๊ไอ้คุณนิค  มีกล้องซ่อนไว้แถวๆนี้รึเปล่าวะ  ใครมาถ่ายเอ็มวีแล้วไม่ชวนกุ”

 

 

ไอ้ตะวันสอดส่ายสายตาหวังจะเจอรายการดาราจำเป็น  ใครเกิดไม่ทันดูรายการนี้ก็เสียใจด้วยนะครับ 55

 

 

“เอ็มวีห่ะไร  เอวีล่ะไม่ว่า  ดูๆ แมร่ง  ไอ้พวกนั้นมันจะลากสาวๆเลื้อยขึ้นตักกันอยู่แล้ว” 

 

 

ถ้ามองแบบไม่มีอคติก็จะเห็นว่าไอ้พวกนั้นมันกำลังก้มหน้าก้มตาดูกระดาษอะไรบางอย่างบนโต๊ะโดยมีสาวๆหน้าใสคอยอธิบายให้ฟังด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอยู่  แต่พอดีผมค่อนข้างจะมองโลกในแง่ร้ายเลยหมั่นไส้ไอ้พวกหล่อเลือกได้   มองภาพแบบเกินจริงไปหน่อย

 

 

ผมกับไอ้ปิ่นปรึกษากันว่าจะกินอะไรก่อนที่เราสองคนตกลงกันได้ว่าจะกินก๋วยเตี๋ยวไก่เพราะเดินผ่านหน้าร้านแล้วกลิ่นมันยั่วใจเหลือเกิน  

 

เดินไปร้านก๋วยเตี๋ยวไก่  มันต้องผ่านโต๊ะไอ้พวกบอยแบนด์  แต่ปรากฏว่าพวกมันไม่ทักผมสักคำครับ  หนอย..หมั่นไส้  ครับหมั่นไส้  หมั่นไส้จนคันปากอยากด่าคน  ผมกำลังจะเข้าไปทักทายไอ้พวกข้างบ้านด้วยสมุนสี่ขาในปากที่กำลังดาหน้าจะเข้ากัดไอ้พวกหน้าหม้อ  แต่กลับถูกชิงตัดหน้าด้วยอาการหัวเราะอย่างสติแตกของไอ้ปิงปอง

 

ไอ้ปิงปองมันเห็นไอ้ปิ่นเลยส่งเสียงทักทายก่อนแล้วจึงเบนโฟกัสภาพมาจับที่หน้าของผม  มันทำหน้าไม่แน่ใจอยู่ประมาณครึ่งนาที   แค่นั้นมันก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นแคนทีน   ไอ้เวงนี่  มันช่างกล้าดีแท้

 

 

“หน้ากุเหมือนหม่ำ จ๊กม๊ก รึไง  เชี้ย   หัวเราะอยู่ได้  ทำไม  กุใส่แว่นแล้วมันหนักหัวมรึงเหรอ  ไอ้ลูกชิ้นปิงปองเน่า” 

 

 

มันหัวเราะจนพูดไม่เป็นภาษากับแว่นตากรอบสีตะกั่วเลนส์หนาเตอะห่างไกลจากคำว่าแฟชั่นอย่างสิ้นเชิงของคุณชายข้างบ้าน   ความจริงผมสายตาสั้นครับ  ทั้งสั้นทั้งเอียงจนต้องใส่แว่น  แต่เพราะการใส่แว่นมันเป็นอุปสรรคต่อการบู๊ของผม  พอเข้ามหาลัยก็เลยเปลี่ยนไปใส่คอนแทคเลนส์เพื่อความสะดวก  แต่วันนี้ผมทั้งล้าทั้งปวดกระบอกตาจากการอ่านหนังสือสอบเลยต้องใส่แว่นแทนไม่นึกว่าจะมาเจอไอ้หมาปิงปองล้อเอาได้  ชิ!

 

 

“ท่านด๊อก..........เตอร์นี่เอง  ปิงปองไม่ทันได้ทักเพราะจำไม่ได้  โห  ลุคนี้คิดได้ไงครับ” 

 

 

ไอ้ปิงปองพูดคำว่าด๊อกแล้วเว้นระยะไปนานกว่าคำว่าเตอร์จะตามมา   แมร่ง  กวนนะมรึง  ไอ้พวกข้างบ้านที่เหลือพอเห็นว่าไอ้แว่นที่กล้าเดินควงดาวสาขาวิดวะคอมในแคนทีนเป็นผม    ก็พากันเอะอะเสียงดังเผยกำพืดความเถื่อนออกมาหมด  

 

 

“โห  มรึงสายตาสั้นใช่ย่อยเลยนะไอ้คุณนิค” 

 

 

ไอ้บูมมันถือวิวาสะคว้าแว่นตาออกจากหน้าผมเอาไปลองใส่ดูก่อนจะส่งให้ไอ้บอยแบนด์คนอื่นลองใส่ดูบ้าง   แล้วพวกมันก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าใส่แล้วมึน   ก็สมควรแหละครับ  สายตาดีๆดันเจือกลองใส่แว่นหนาเตอะของผมไม่มึนก็ให้รู้ไปสิ  ขณะที่ไอ้ข้างบ้านกำลังลองแว่นสายตาของผมอย่างกับไอ้คุณนิคเป็นตัวแทนจำหน่ายแว่นตา  สาวๆกลุ่มเกิร์ลแก๊งค์ก็ลุกตามมาบ้าง  สาวสวยคนหนึ่งส่งโบรชัวร์ให้ผมด้วยรอยยิ้มอย่างมีไมตรีจิต  น้ำเสียงหวานซึ้งและมือนุ่มๆที่บังเอิญสัมผัสกันแบบจงใจทำเอาไอ้นิคจิตใจหวั่นไหว  ก็คนเพิ่งเลิกกับแฟนนี่ครับ 

 

 

“นี่เป็นรายละเอียดงานเปิดบ้านของคณะนิเทศนะคะ  เรามีประกวดหนุ่มสาวหน้าใส โอเพ่นเฮาส์โอเพ่นฮาร์ทด้วย  สนใจก็สมัครได้ตามรายละเอียดตรงนี้ค่ะ”

 

 

ชื่อเวทีการประชันความหล่อสวยนี่แอบเสี่ยวเล็กๆครับ  ผมนินทาในใจ  แต่สายตาก็จับจ้องที่ใบหน้าของเธอสลับกับกระดาษในมือ   แสดงความสนใจกับเรื่องที่หญิงสาวกำลังประชาสัมพันธ์อย่างเพลินๆ  ซึ่งกว่าผมจะรู้ตัวว่าคนอื่นเขามองว่าผมกำลังจ้องสาวนิเทศแบบไม่เกรงใจใคร   เสียงไอ้แซ็คก็กิ้วก้าวแซวขึ้นแล้ว

 

 

“น้ำลายหยดเลยมรึง  ไหมถอยออกมาหน่อยครับ  ระวังติดเชื้อบ้าไอ้คุณนิคมันนะ”

 

 

“กุไม่ได้คิดอะไรอกุศล  ก็พวกมรึงเล่นเอาแว่นกุไปใส่เล่นกันอย่างนั้น  ตากุไม่ดีก็ต้องเพ่งสิวะ”

 

 

ไม่ได้แก้ตัวนะครับ  คนที่สายตาสั้นมากๆบวกเอียงมากๆอย่างผมนี่เวลาใส่แว่นแล้วถอดออกเอาดื้อ ตามันจะเบลอไปหมด  ต้องใช้เวลาปรับโฟกัสอยู่พอสมควร  แต่ก็มองไม่ค่อยชัดอยู่ดี  แต่ไม่มีใครเชื่อครับ  ไอ้พวกนั้นก็แซวกันไม่เลิก  เล่นเอาสาวงามคณะนิเทศที่ไอ้แซ็คเรียกว่า  ไหม  ออกอาการหน้าแดงเขินอายไม่ใช่น้อย  ก็ผมเสน่ห์แรงนิ  อิๆ

 

 

“เฮ้ย อย่ามัวแต่หลีหญิง  รีบไปได้แล้ว  ก๋วยเตี๋ยวหมดอดแด๊กแล้วจะหาว่าสวยไม่เตือน”

 

 

ไอ้ปิ่นมันพูดได้ไม่ต้องอายปากครับ  ก็มันสวยจริงๆ ผมเลยคุยกับไหมอีกเล็กน้อยก่อนจะขอตัวไปกับไอ้ปิ่นเพราะถ้าขืนยังปะทะคารมกันต่อ  เดี๋ยวคงต้องขาดทุนได้เลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไก่ง้อไอ้ดาวสาขาแน่    เพราะถ้าเลยเที่ยงไปแล้ว  คนจะเยอะต้องต่อคิวยาวขาแข็งให้เจ้าแม่มันพิโรธผมอีก  แต่ปัญหามันอยู่ที่แว่นตาของผมดันไปอยู่ในมือไอ้เชน  แล้วมันก็กำลังคุยอยู่กับเพื่อนสาวหน้าตาโนเนะของไหมอยู่  หมั่นไส้มัน  เลยช่างแมร่งแว่นตาไปก่อน  เดี๋ยวค่อยไปทวงคืนทีหลัง ไม่อยากไปขัดความสุขครับ  เหอๆ

 

 

จัดการให้ก๋วยเตี๋ยวไก่อร่อยๆลงไปนอนยังไม่ทันเรียงเส้นอยู่ในกระเพาะผมก็รีบลากไอ้ปิ่นไปร้านขนมเจ้าประจำ   ที่แคนทีนคณะนี่ของอร่อยๆเยอะครับ  ไม่ว่าจะเป็นอาหารตามสั่ง  ขนมทั้งไทยและเทศ    เมนูภูมิใจนำเสนอวันนี้นอกจากจะเป็นก๋วยเตี๋ยวไก่แล้วยังมีขนมเครปอีกครับ  ร้านเครปเจ้านี้คนต่อคิวซื้อนี่ยาวเหยียดเพราะอันละแค่สิบบาท  แต่แป้งนี่อร่อยสุดยอด  ไส้ก็ใส่มาให้แทบล้นทะลัก  จะเรียกว่าโคตรเครปก็ได้ไม่น่าเกลียดอะไร  เพราะพี่เขาทำให้อันใหญ่แบบไม่มีการเขียม 

 

 

ผมต่อคิวซื้ออยู่นานกำลังจะถึงคิวตัวเอง  ก็ไม่รู้มีไอ้ลูกพ่อแม่สั่งสอนแล้วไม่ยอมจำที่ไหนมาตัดหน้าฉับ  แทรกตัวเข้ามาในแถวแซงคิวแบบสะกดคำว่ามารยาทไม่เป็น  โมโหสิครับโมโห 

 

 

“เฮ้ย  ต่อแถวสิวะ ไม่เห็นรึไงว่าคนอื่นเขาต่อกันยาวเหยียดเนี่ย” 

 

 

ไอ้คุณนิคขอจัดระเบียบสังคมเสียหน่อยครับ  ผมสะกิดไหล่มันแล้วตีหน้าหาเรื่องใส่เต็มที่  จนไอ้ปิ่นต้องแตะแขนไว้เป็นเชิงปราม

 

 

“เปล่าแซงนะ  ก็ผมให้เพื่อนมายืนจองให้อยู่ก่อนแล้วไง”  เหตุผลมันฟังขึ้นมั้ยครับ
 

 

“นี่มันร้านเครปนะมรึง  ใช่เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์มั้ย  ถึงจะได้สำรองที่ยืนล่วงหน้าได้เนี่ย อยากกินก็ต่อแถวสิวะ”

 

 

ไอ้ปิ่นยึดแขนผมไว้แน่น  เนี่ยแหละครับไอ้นิคโหมดไร้สามัญสำนึก  เอาความคิดตัวเองเป็นที่ตั้งและไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน  คำว่ากลัวตายไม่เคยมีอยู่ในสมอง  

 

 

“พอเถอะไอ้คุณนิค  เขาก็มีเหตุผลของเขาน่า”  ไอ้ตะวันอยู่ร้านน้ำปั่นข้างๆเห็นท่าไม่ดี  เข้ามาช่วยเคลียร์

 

 

“กุไม่สน  กุเนี่ยแหละเหตุผล  มรึงดูสิ กุกับไอ้ปิ่นยืนจนขาแข็งจะถึงคิวตัวเองอยู่ดีๆก็มีไอ้เชี้ยที่ไหนไม่รู้มาตัดหน้า  รมณ์เสียว่ะ”

 

 

เหตุการณ์ดูจะบานปลายขึ้นเพราะความใจร้อนและเอาตัวเองเป็นที่ตั้งของผมจนพวกข้างบ้านต้องเข้ามาเสริมทัพกับไอ้ตะวันคอยปรามผม   ไอ้เชนรีบเข้ามาคว้าแขนไว้ป้องกันไม่ให้ไอ้ตาขวางนิคกระโจนเข้ากัดไอ้ผมทองมารยาททรามตรงหน้า 

 

 

“นี่มรึงไม่ต้องมาทำเต๊ะไอ้หัวแมงวันทอง  หันมาคุยกะกุให้รู้เรื่องเลย” 

 

 

ไอ้ผมทองมันสวมเชิ้ตสีอ่อน กางเกงยีนส์สีซีด  เดาไม่ได้ว่ามันอยู่คณะไหน  แต่รู้สึกว่าน้ำเสียงและท่าทางมันคุ้นๆยังไงพิกล  มองหน้ามันก็เห็นไม่ค่อยชัดเพราะไม่ได้ใส่แว่นแถมมันยังยืนหันข้างให้อีก  ไอ้เวงนี่มันเหมือนใครวะ  คิดไม่ออก

 

 

“มรึงนี่ซ่าเหมือนเดิมอย่างที่ไอ้โก้มันบอกจริงๆว่ะ  ไม่สิ  กุว่าแสบยิ่งกว่าเดิมอีก  แต่ยังแหย่ง่ายยั่วขึ้นเหมือนเดิม  ปากหมาก็เหมือนเดิม  ที่สำคัญยังสวยเหมือนเดิมเลยนะมรึง”
  

 

ไอ้หัวแมงวันทองเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วคว้าหมับจับแก้มผมแล้วยืดไปมา  หน้าคนนะมรึงไม่ใช่ดินน้ำมัน  ท่ามกลางสายตาลุ้นๆกับคนรอบข้างว่าเหตุการณ์จะออกหัวหรือก้อย  สมองผมก็เริ่มรันภาพต่างๆในหัวตั้งแต่สมัยเด็กจนมาถึงสมัยเรียนม.ปลาย   และเริ่มนึกออกว่าไอ้มารยาททรามที่กล้าแซงคิวผมมันคือไอ้ขลุ่ยเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ที่ไม่เจอกันนาน   พอคิดออก  ผมก็กระโดดเข้ากอดมันสุดแรงเอาให้หายใจไม่ออกตายห่ะกันไปข้างหนึ่ง

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ก๊ากก นิค เป็น ด๊อก.................................................เตอร์

#9 By otaKu YaOi No.3 (125.26.137.69) on 2010-02-23 21:33

เคยอ่านแล้ว แต่จำไม่ได้(มันลางเลือนเหลือเกิน)
เลยลุ้นๆ ว่าไอ้หัวแมงวันทอง จะใช่ "รัญช์" หรือเปล่า

แต่ว่า แป่วววววววววววววว

มะช่าย

ขออ่านต่อนะ^^

#8 By ja ne (110.164.64.70) on 2010-01-30 11:03

เอ๋ ใครกันหว่า ???

ตาว่าชายนิคเนิร์ด ท่าทางว่าจะตลก แต่ก็น่ารักพอดูเลยล่ะ

เชนคืนแว้นเค้าไปซะ จะได้มองชัดๆ

ดีจริงที่นิคยังสวยเหมือนเดิม อิอิbig smile

#7 By poppavero on 2009-07-11 17:30

confused smile

#6 By acka (202.28.47.15) on 2008-08-02 23:49

+เจอเพื่อนเก่า
ท่าทางจะเคยชอบนิคล่ะสิเนี่ย
งานนี้มีพายุหึงถล่มแคนทีน

มันๆๆๆๆๆ

#5 By Ma-i (118.174.115.203) on 2008-08-02 21:04

แบบนี้เชนแย่แน่เลย นิคเจอเพื่อนสนิทซะแล้วลุ้นจังว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไง

#4 By SunRune (125.25.89.34) on 2008-04-28 10:05

เหมือนจะเห็นแววว่า

คนบางคน มีหึงค่ะงานนี้

ฮ๋า ๆ

#3 By จูเรนเจอร์ (118.173.236.28) on 2008-04-19 13:55

ขนาดไม่มีแว่นก้อยังจะไปหาเรื่องเค้าอีกแนะไอ้คุณนิค

สงสัยไอ้หัวทองนี้ต้องเป็นมือที่สามแน่เรย(ขอเดาค่ะ)
5555555+ ฮากร๊ากกกก พร้อมนึกภาพนิคใส่แว่น (ไรเตอร์บอกแล้วแกรู้เรอะไอ้นิคหน้าตายังไง)
นึกว่าห้าหนุ่มบอยแบนด์จะแกล้งอะไร ที่แท้ก็จำไม่ได้เพราะลุคหนุ่มแว่นนี่เอง

#1 By nootapao on 2008-04-09 21:49