ข้างบ้านน่ะตัวแสบ 9

posted on 07 Apr 2008 21:59 by skysonatapjj

 

 

“เชี้ยเป้  มรึงอยุ่ไหนแล้ววะ  พวกกุรอจนรากงอกแล้ว  ร้านก็คนเยอะสาดๆ  กุให้เวลาอีก 10 วิ ถ้ามรึงยังมาไม่ถึง  เมียมรึงเสร็จกุแน่  555”

 

 

แอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือดในระดับที่แน่ใจได้ว่าหัวใจยังสามารถทำหน้าที่สูบฉีดเลือดได้อย่างดีเยี่ยม    วู้...  คอนเซปท์เดิมครับ  เมาแล้วปากหมา   วันนี้พวกผมพากันยกโขยงมาดินเนอร์หมากระทุ  หมูกระทะกันที่ร้านแถวบ้าน    ยิ่งวันนี้มีบอลแมทช์หยุดโลก  พวกบ้าบอลทั้งหลายเลยเต็มร้านส่งเสียงดังเอะอะแบบไม่มีใครสนใจใคร  แต่ต้องเลือกฝั่งดีๆนะครับ  เกิดไม่ดูตาม้าตาเรือไปนั่งเชียร์ผิดฟากอาจมีสิทธิ์เหลือแต่ซากได้  ก็ศึกวันแดงเดือดนี่ครับ

 

 

“สาดดดด  กุถึงแล้วว้อย  แต่หาพวกมรึงไม่เจอ  อยู่ไหนวะ  โบกมือหน่อยดิ๊”  

 

 

มันมองไม่เห็นพวกผม  แต่ผมเห็นมันแล้วครับ  นั่นไงไอ้ตัวสูงหัวเดรดร็อคเดินแหวกฝูงชนมาโน่นแล้ว  แต่มันยังคงตาถั่วมองไม่เห็นผมอยู่ดี   ไอ้นิครำคาญ เลยจับแขนไอ้คินขึ้นโบกๆ แล้วก็ตะโกนดังลั่นร้านว่า  สาดดดดดดดเป้  ได้ผลครับ  มันหันมาเห็นพอดี    แต่ยังไม่ทันจะเดินมาที่โต๊ะมันก็โดนสาวเชียร์เบียร์ดักไว้    ไอ้เป้มันก็ได้แต่ทำหน้าปูเลี่ยนเมื่อเจอฤทธิ์ตื้อสาวเชียร์เบียร์เข้า   ก็ดูหน้าตาบวกกับอายุอานามแล้ว   คุณพี่เธอน่าจะไปเชียร์ให้ซื้อมันทั้งโรงเบียร์เลยดีกว่าครับ  ก็เล่นเขี้ยวซะขนาดนั้น   ดูสิครับ  พอไอ้เป้มันหนีไปทางซ้ายพี่แกก็รีบโยกตัวดักซ้าย  พอไอ้เป้มันเลี่ยงไปทางขวาพี่แกก็เอี้ยวขวากางแขนกันไว้ทุกประตู   แววดีอย่างนี้น่าจะส่งไปประกบคู่กาก้าให้รู้แล้วรู้รอด


 

 

“เฮ้ยไอ้คิน  ไปช่วยที่รักมรึงหน่อยป่ะ  เดี๋ยวจะโดนป้าแกซิวไปซะก่อน”

 

 

ผมไล่ไอ้คินที่ทำหน้าเขินๆให้ออกไปช่วยไอ้เป้จากป้าเชียร์เบียร์  ก่อนจะกดรับโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาอีก  วันนี้ไอ้คุณนิคฮอตเหลือหลาย  โทรมาสายแทบไหม้ตั้งกะหัวค่ำแระ

 

 

“ว่าไงไอ้ตี๋   กุอยู่ร้าน .....เนี่ย   เออ   อยู่มันครบทุกตัวแหละ  มรึงจะมาก็มาเลยอย่าถามมาก” 

 

 

จากไอ้ต่อหน้าตี๋น่ะครับ  มันบอกว่าจะมาหาผมที่นี่  ไม่รู้ช่วงนี้เกิดฮอตอะไรหนักหนามีแต่คนอยากเจอตัว    ไอ้คินลากตัวไอ้เป้กลับมาได้แล้วครับ  ฮู้ย...จับมือถือแขนกันเข้ามาไม่อายเพื่อน 

 

 

“แมร่ง จะจับไปถึงไหนเพื่อนกุช้ำหมด” 

 

 

ผมทำตัวเป็นหมาหวงก้างแกะมือไอ้เป้ออกจากแขนไอ้คิน  เลยโดนไอ้เป้มอบตะกวดให้หนึ่งตัว

 

 

“เชี้ย” 

 

 

ด่าผมแล้วก็ลากไอ้คินที่เอาแต่หน้าแดงไปนั่งข้างตัวเอง   ถ้ารู้ว่าไอ้คู่นี้มันแหย่แล้วสนุกอย่างนี้ผมคงยัดเยียดให้มันตกล่องปล่องชิ้นกันไปตั้งนานละ   

 

 

ผมนั่งปิ้งปลาหมึกอย่างเมามันก่อนจะคีบหมูสามชั้นบางๆเกรียมๆที่ไม่ได้ตั้งใจปิ้งเท่าไหร่ให้ไอ้คิน  เพราะผมรู้ว่ามันชอบกิน  แล้วกะจะแกล้งยั่วโมโหหึงไอ้เป้มันด้วยน่ะครับ  ไอ้คินก็น่ารักซะ   ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังถูกเพื่อนใช้เป็นเครื่องมือ   คีบกุ้งตัวเป้งที่มันปิ้งไว้ให้ผม   ขนาดไอ้เป้ขอมันยังไม่ให้แต่ไอ้คินมันให้ผม  กุซึ้งว่ะเพื่อน

 

 

“เฮ้ยๆ มรึงหวานกันผิดคู่รึเปล่าวะ”  เสียงไอ้แม็คแซว 

 

 

“ผิดอะไร  ไอ้คินมันของกุแต่แรกแล้ว  แต่หมาที่ไหนไม่รู้คาบไปแด๊ก”

 

 

ผมเอาตะเกียบชี้หน้าไอ้เป้แบบขำๆ แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก  คราวนี้เป็นเบอร์ไอ้เชน  ช่วงนี้มันบังคับให้ผมติดรถมันไปเรียนทุกวันจนผมต้องเมมเบอร์มันไว้เผื่อวันไหนกลับค่ำจะได้บังคับให้มันนั่งรอโทษฐานที่เจือกทำตัวเป็นคนดีของสังคม  ใช้เหตุผลในการบังคับให้ผมไปกับมันว่าช่วยกันประหยัดทรัพยากรโลก   พลเมืองดีซะจริงนะมรึง   แต่มันไม่ยักเอาเพื่อนมันมาด้วยทั้งที่เรียนวิศวะกันทั้งบ้าน  ไอ้นี่มันแปลกคนครับ 

 

 

“กุถึงแล้ว  พวกมรึงอยู่ไหนกัน  คนเยอะหาไม่เจอว่ะ  โบกมือหน่อยดิ๊” 

 

 

ไอ้นี่ก็มามุกเดียวกับไอ้เป้   ผมเลยลุกขึ้นยืนโบกมือให้พอเป็นพิธี  แล้วมันก็มุกเดียว อีหรอบเดียวกับไอ้เป้จริงๆ  ผมนั่งหัวเราะจนปวดท้อง  ก็ไอ้ห้าตัวครบเซ็ทบอยแบนด์โดนฝูงสาวเชียร์เบียร์ล้อมกรอบจนขยับเขยื้อนไปไหนมาไหนไม่ได้   ได้แต่ทำหน้าแหยงๆกันหมด   แต่ผมไม่ส่งตัวช่วยเข้าไปกู้สถานการณ์ให้นะครับ  เห็นไอ้เชนมันพูดอะไรไม่รู้กับป้าเชียร์เบียร์แล้วชี้ๆมาทางโต๊ะผม  แค่นั้นป้าเชียร์เบียร์แกก็ทำหน้าเซ็งๆแล้วปล่อยให้พวกมันห้าตัวออกจากวงล้อม   

 

 

“แมร่งคนเยอะชิบ  พวกมรึงนี่ใจดำจริงว่ะ อยู่ข้างบ้านแท้ๆแทนที่จะชวนกันสักหน่อย  หนีหายกันมาทั้งบ้านงี้กุน้อยใจนะเนี่ย” 

 

 

ไอ้ปิงปองกับไอ้บูมแทคทีมกันต้ดพ้อต่อว่า  น่ารักตายล่ะมรึง

 

 

“ว่าแต่พวกมรึงทำไงให้ป้าเขาปล่อยตัวมาได้วะ  เมื่อกี้กว่ากุจะชิ่งจากป้าแกได้เล่นเอาเหงื่อแตก”


 

 

“เหงื่อแตกหรืออะไรแตกวะ  ไอ้เป้  กร๊ากๆ”   


 

 

“ปากมรึงน่ะสิจะแตก  ไอ้คุณชายนิค   เดี๋ยวเหอะมรึง”

 

 

ไอ้เป้หันมาด่าผม   มันถามพวกบอยแบนด์แบบอยากรู้จริงจังแต่โดนไอ้คุณนิคภาคเมาแล้วปากหมาขัดคอ จนไอ้โก้ต้องคีบเอาปลาหมึกที่ผมปิ้งไว้ยัดเข้าปากผมแบบร้อนๆจนลิ้นแทบสุก  ต้องรีบกระดกเบียร์เข้าดับร้อนอึกใหญ่   แล้วผมกับมันก็มอบตะกวดให้กันอีกฝูงใหญ่

 

 

“เชี้ยโก้ / เชี้ยนิค” ประสานเสียงด่ากันดังลั่น


 

 

“ตอนแรกกุก็กลัวๆป้าเขาอยู่เหมือนกันแหละ  แต่ไอ้เชนมันหัวใส  พอเห็นไอ้คุณนิคชะเง้อมองมาที่พวกกุอยู่พอดี  ไอ้เชนมันเลยบอกไปว่า  ไอ้หน้าสวยที่ชะเง้อมองอยู่นั่นแฟนมัน  แถมดุอย่างกับหมา  ป้าแกเลยเซ็ง  แกบอกว่าเมื่อกี้โต๊ะนี้ก็ซิวลูกค้าป้าแกไปคนหนึ่งแล้ว”

 

 

ไอ้บูมเล่าไปขำไป  แล้วลูกค้าของป้าเชียร์(โรง)เบียร์ก่อนหน้าพวกไอ้บูมก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอ้เป้ล่ะครับ 

 

 

“ทำไมมรึงไม่บอกป้าเขาไปเลยว่าไอ้โต๊ะนี้มันผัวเมียกันแมร่งทั้งหมดไปเลยล่ะ  สาดดดด”

 

 

ผมเลยเจริญพรไอ้เชนเสียยาวเหยียด   คืนนั้นกะจะนั่งกันยาว   ถ้าโต๊ะข้างๆไม่ตีกันซะก่อน  เข้าทำนองบอลจบอารมณ์ไม่จบ   เข้าคลุกวงใน ฟัดกันนัวเนีย แบบนี้ถ้าท่านปู่กับท่านตาผมมาเห็นคงรีบจับไปเซ็นสัญญาเป็นนักมวยในค่ายแน่

 

 

ไอ้พวกผมสิบตัวก็เหมือนกันครับ  บอลจบแต่อารมณ์ไม่จบ  ไม่ใช่อารมณ์ตีกันนะครับ  แต่เป็นอารมณ์ติดลมแอลกอฮอล์ต่างหาก  ว่าแล้วก็เลยปรึกษากันประมาณห้าวิฯ ก่อนจะเห็นพ้องต้องกันแบบมติเป็นเอกฉันท์ว่าเราจะแวะเซเว่นซื้อน้ำเมาไปโจ้กันต่อที่บ้านผม  โดยฝั่งบ้านผมเอารถยนต์ไอ้เป้มาแค่คันเดียวแต่ฝั่งไอ้ข้างบ้านเอามาสองคัน  ของไอ้เชนหนึ่ง  ของไอ้แซ็คอีกหนึ่ง  ผมเลยถูกเพื่อนๆอัปเปหิไปนั่งรถไอ้เชนเพราะเป่ายิ้งฉุบแพ้ต้องรับหน้าที่แวะซื้อของ

 

 

พอไอ้หน้าหล่อมันจอดรถ  ผมเปิดประตูลงมาก็เจอของดีเลยครับ   พี่แคลร์เดินอยู่กับไอ้หน้าเหียกแล้วก็เพื่อนผู้ชายอีกสามสี่คน   แฟนเก่าผมเธอจ้องเขม็งมองมาอย่างไม่พอใจเพราะผมเดินเคียงกับไอ้เชนเข้าเซเว่นไปอย่างไม่แยแส  พอซื้อของแล้วลำเลียงขึ้นรถเสร็จก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

 

 

พี่แคลร์เดินเข้ามากระชากแขนผมแล้วถามเสียงดังแบบไม่อายคน

 

 

“ที่นิคไม่คิดจะง้อพี่เพราะนิคมีใหม่ใช่มั้ย” 

 

 

“ใครกันแน่ที่มีใหม่  เห็นควงกันอย่างนี้แล้วยังจะมาโบ้ยความผิดให้ผมนี่ไม่แฟร์เลยนะ”

 

 

เล่นตามเกมเธอหน่อยแล้วกันครับ  พี่แคลร์คงยังไม่รู้ว่าผมแอบไปสืบความลับของอิพี่เจนี่ แบบหมดไส้หมดพุงแล้ว

 

 

“ก็ดีกว่านิคที่มีแฟนใหม่เป็นผู้ชายด้วยกันล่ะ  ทำไมล่ะนิค  นิคไม่แคร์พี่เลยใช่มั้ย  ไม่คิดจะโทรมาง้อเลยสักนิด  พี่น่าจะรู้นะว่าหน้าตาอย่างนิคนี่ยังไงก็หนีไม่พ้นผู้ชายด้วยกันหรอก”

 

 

มาเป็นชุดเลยครับ  เสียหายหมดกันคราวนี้ไอ้นิค  ผมถอนใจเซ็งๆ เบื่อจริงๆครับ  ผู้หญิงเรื่องมากไร้เหตุผลอย่างนี้   ผมแกะมือเธอยังไงก็ไม่ออก  มือเหนียวอย่างกับทากาวช้างเลยครับพี่แคลร์

 

 

“ผมว่าเลิกแล้วต่อกันเถอะครับ”   ไอ้เชนก็ไม่ได้โกรธเล้ย  โดนว่าซะขนาดนั้นยังทำพระเอก 

 

 

“ไม่ต้องมายุ่ง  เรื่องของผัวเมียเขาจะเคลียร์กัน”

 

 

โห  ผมล่ะอึ้งเลยครับ  ไม่คิดว่าพี่แคลร์จะโกรธจนหน้ามืดพูดคำนี้ออกมาทั้งที่ตัวเองเป็นผู้หญิง  ไม่พอพี่แคลร์ยังปล่อยมือจากผมหันไปผลักอกไอ้เชนมันสุดแรง  แต่ไอ้นี่มันตัวโตสูงเป็นเปรต   แรงเท่ามดของผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างพี่แคลร์เลยไม่สะเทือน   แต่กลับเป็นตัวพี่แคลร์เองที่เซเพราะใส่ส้นเข็มแบบสูงปรี๊ดเลยทรงตัวไม่ได้ก้นจ้ำเบ้าลงพื้นถนน

 

“สัด  มรึงทำร้ายผู้หญิงได้ไงวะ” 

 

 

อิพี่เจนี่เก๊กแมนเข้าพยุงพี่แคลร์ให้ลุกขึ้นแล้วถามเสียงเหี้ยม   ฮู้ย  กลัวจริงๆกลัวจนอุจจาระหดลมตดหายแล้ว  ไอ้พี่เจนี่   ผมละหน่ายกับละครห่วยๆของคนทั้งคู่

 

 

“มรึงช่วยแหกตาดูหน่อยว่าเมื่อกี้เพื่อนกุไม่ได้ทำอะไรผู้หญิงของมรึงสักนิด  จะมีก็แต่ผู้หญิงของมรึงนั่นแหละที่มาหาเรื่องพวกกุก่อน  ใช่มั้ย พี่เจนี่”

 

 

ผมยิ้มเหี้ยมใส่มองหน้าซีดสลับแดงของอีกฝ่ายด้วยความสะใจ  เป็นไงล่ะมร