ชิน-อั๊ต 19

posted on 07 Apr 2008 19:58 by skysonatapjj

 

 

 

 

ผมเหม่อมองสายน้ำตรงหน้าด้วยความคิดที่ยังคงสับสนวุ่นวาย   โทรศัพท์ที่ไอ้เชษฐ์ยัดเยียดเครื่องเก่าของมันให้ผมก่อนหน้านี้เอาแต่ส่งเสียงหนวกหู  แต่ตอนนี้แบตหมดหน้าจอดับถูกวางทิ้งอยู่บนเบาะรถ ป่านนี้ไอ้เชษฐ์มันคงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่ผมไม่ยอมรับโทรศัพท์   ลุงแก่ๆที่กำลังนั่งตกปลาอยู่อีกฝั่ง  คอยชะเง้อมองผมเป็นระยะๆ แกคงจะกลัวว่าไอ้หนุ่มนักศึกษาท่าทางซึมกะทือจะมาโดดน้ำหนีชีวิตรันทดแถวนี้  ไม่หรอกครับ  ผมยังไม่อยากเป็นภาระรบกวนให้พี่ร่วมกตัญญูต้องลงไปงมผมขึ้นมา  อีกอย่างผมก็เคยบอกไอ้เชษฐ์แล้วว่าจะไม่โดดน้ำตาย  เพราะข้างใต้นั่น  น้ำมันคงจะเย็นและหนาวน่าดู    ผมก้มลงมองนาฬิกาข้อมืออีกทีก็ต้องตกใจเมื่อสำนึกได้ว่าตัวเองนั่งอยู่ตรงนี้ตั้ง 5 ชั่วโมงเข้าไปแล้ว  เงยหน้ามองไปยังอีกฝั่งแม่น้ำก็ไม่เห็นลุงตกปลา  น้ำค้างเริ่มแรง   ส่วนผิวเนื้อที่ไม่มีเสื้อผ้าปกคลุมก็มีแต่รอยยุงกัด  ผมคงต้องกลับซะที  ขับรถไปเรื่อยๆ ด้วยอารมณ์เหม่อลอย  กลับไปถึงหอก็เกือบๆตีสองแล้ว  พอเปิดไฟในห้องก็ต้องตกใจเมื่อเห็นไอ้อั้ตนั่งอยู่ปลายเตียง  มันไม่พูดไม่จา  ผวาเข้ามาคว้าตัวผมไปกอดอย่างไม่ให้ตั้งตัว  กอดแน่นเสียจนหายใจไม่ออก  

 

 

หายไปไหนมา  ฉันเป็นห่วงแทบบ้า  กลัวว่านายจะทำอย่างที่พูดไว้จริงๆ   

 

 

ท้ายประโยคของผู้ชายตัวโตที่กอดผมไว้แน่น  มีแววสั่นเครือของน้ำเสียง พร้อมกับความรู้สึกเปียกชื้นของน้ำตาอุ่นๆที่ซอกคอของผม  ไอ้อั้ตมันร้องไห้เพราะกลัวว่าผมจะฆ่าตัวตายอย่างที่เคยขู่มันไว้  

 

 

แค่ไปสงบสติอารมณ์มาน่ะ   

 

 

ผมยืนนิ่งให้มันกอดจนพอใจ  บอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง  รู้แต่ว่าตัวเองกำลังอ่อนไหวกับอ้อมกอดของไอ้อั้ต    ขอบตาร้อนผ่าวจนต้องกระพริบตาถี่ๆเพื่อขับไล่น้ำตา   สักพักก็มีคนมาเคาะประตู  ไม่สิน่าจะเรียกว่ามาพังประตูเสียมากกว่า  ก็มันทั้งทุบทั้งเคาะแบบไม่ยั้ง  ไม่พอยังเรียกไอ้ชินๆเสียงดังจนผมคิดว่าชาวบ้านข้างห้องต้องออกมารุมประชาทัณฑ์มันแน่  ถ้าขืนผมยังไม่รีบไปเปิดประตูให้  

 

 

ไอ้ชิน  ไอ้เชี้ยชิน  ไอ้สาดชิน  ไอ้ควายชิน  แมร่ง  มรึงทำกุใจเสียหมดโทรหายังไงก็ไม่รับสายกุนึกว่ามรึงโดดน้ำตายห่ะไปแล้วซะอีก 

 

 

ไอ้เชษฐ์พุ่งเข้ามาหาด้วยความเร็วสูงประหนึ่งโคถึก  มันจับหัว  จับไหล่ผมเหมือนจะสำรวจหาร่องรอยการทำร้ายตัวเอง  แต่พอมันเห็นว่าผมยังปกติไม่มีส่วนใดของร่างกายบุบสลายไอ้เพื่อนซี้มันก็ถอนใจโล่งอก  

 

 

กุแวะมาหามรึงที่นี่จะเป็นสิบๆรอบๆพอเห็นว่าห้องมรึงไฟเปิดถึงได้ขึ้นมาเนี่ย มรึงไปไหนมาวะ  เชี้ยแมร่งไม่รู้รึไงว่าคนอื่นเป็นห่วง โทรหาก็ไม่รับยังปิดเครื่องใส่อีก    

 

 

กุไปนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยมาน่ะ  พอดีทิ้งโทรศัพท์ไว้ในรถ มันคงดังจนแบตหมดมั้ง   

 

 

ผมยิ้มเศร้า  แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อ  ไอ้เชษฐ์ก็ผละจากผมถลาเข้าไปชกไอ้อั้ตโครมใหญ่จนมันลงไปกองกับพื้น    

 

 

เพราะมรึงคนเดียว  เพื่อนกุถึงมีสภาพอย่างนี้  ทั้งไอ้ชินทั้งอาหลิว  มรึงมันเลวจริงๆ    

 

 

ไอ้เชษฐ์ทำท่าจะเข้าซ้ำคนที่นั่งเลือดกบปากอยู่หากผมไม่เข้าไปขวางไว้  

 

 

อั้ต   กลับไปก่อนเถอะนะ  

 

 

ผมรั้งไอ้เชษฐ์ไว้หันไปบอกไอ้อั้ต  แต่มันส่ายหน้า  ลุกขึ้นมาจะคว้าตัวผมแต่โดนไอ้เชษฐ์ถีบโครมเข้าอีกที   

 

 

ฉันจะอยู่กับนาย  ฉันจะไม่ปล่อยให้นายเสียใจอยู่คนเดียว  

 

 

คำพูดของไอ้อั้ตทำเอาผมกลั้นน้ำตาไม่ไหว  แมร่ง มรึงจะมายึดติดอะไรกับกุนักหนา กุมันก็แค่คนเลือดเย็น  ไร้หัวใจ   ผมปล่อยมือที่พยายามห้ามไอ้เชษฐ์ออกอย่างหมดแรง  ปล่อยให้มันสองคนบ้ากันเสียให้พอ  ผมหันหลังเดินออกจากห้องไปไม่สนใจแล้วว่าใครจะเป็นจะตายยังไง สภาพแต่ละคนแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคนเพราะฝีมือผมทั้งนั้น   ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มใสๆของอาหลิวที่ถูกแทนที่ด้วยความผิดหวังเจ็บช้ำ  น้ำตามากมายไม่รู้มาจากไหนของเธอทำให้ผมเจ็บจนบรรยายไม่ถูก   ไหนจะไอ้อั้ต  ที่เอาแต่เรียกผมด้วยแววตาเศร้าๆเหมือนคนบ้า   ไอ้เชษฐ์ที่ปกตินิสัยดีเข้าใจคนอื่นอย่างมัน  ถึงกับทำร้ายไอ้อั้ตจนเลือดท่วม   ทั้งฝ้ายทั้งไอ้เล็กที่ผิดหวังในตัวผมอีก     ผมทำให้ทุกคนเปลี่ยนไป  ความคิดและการกระทำโง่ๆของผมทำให้ทุกคนเปลี่ยนไป   

 

 

อาหลิว  ชินรู้ว่าแค่คำขอโทษมันคงจะไม่พอกับสิ่งที่ชินทำไว้กับทุกๆคน  แต่ชินอยากให้หลิวรู้ว่า  ทุกสิ่งที่ชินทำลงไป  เพราะชินรักอาหลิวนะ   ชินขอโทษจริงๆ  

 

 

ผมฝากข้อความไว้และหวังจะให้เธอได้กดฟังมัน  ขาทั้งสองพาก้าวออกจากตู้โทรศัพท์ตอนนี้สิ่งที่ติดตัวผมมามีแค่ประเป๋าตังค์ใบเดียวกับไอ้กระป๋องผุ  ผมเอาเพื่อนคู่ชีพไปฝากไว้ที่ร้านรับฝากรถในสถานีขนส่ง  ก่อนจะตัดสินใจซื้อตั๋วไปยังกรุงเทพฯแล้วตีตั๋วรถไฟไปยังประจวบฯอีกทอดหนึ่ง  นั่งรถทัวร์ทั้งคืนไปถึงกรุงเทพก็เกือบๆเย็นของอีกวัน  จากนั้นก็รีบตีตั๋วไปประจวบฯต่อในสภาพชุดนักศึกษาเปื้อนๆ และไม่มีสัมภาระใดๆติดตัวไปด้วยสักชิ้น   ผมนั่งรถไฟไปถึงประจวบก็เกือบสามทุ่ม  เลยโทรหาแม่   ตอนที่ได้ยินเสียงแม่  ผมก็น้ำตาไหลออกมาอีกอย่างสุดจะกลั้น  แม่ไม่ถามอะไรผมสักคำครับ  บอกแค่ว่าให้ผมดูแลตัวเองดีๆ ถ้าสบายใจให้รีบกลับบ้านเพราะแม่เป็นห่วงผม   นี่ล่ะครับความรักบริสุทธิ์ที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆของคนเป็นแม่   

 

 

ฟันฝ่าไปจนถึงที่หมายและจองที่พักได้อย่างราบรื่นเพราะไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยวจึงไม่ค่อยมีคนมาพักเท่าไหร่   หัวถึงหมอนก็หลับเป็นตายด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการเดินทางมาราธอนข้ามวันข้ามคืน   ตื่นขึ้นมาอีกทีก็บ่ายสามของอีกวันแล้วครับ  ผมรีบอาบน้ำแล้วใส่ชุดเก่าออกไปหาซื้อเสื้อผ้าแถวๆตลาดนัดใกล้ๆ  ผมเคยมาเที่ยวที่นี่กับครอบครัวแล้วรู้สึกประทับใจในความเงียบสงบก็เลยตัดสินใจเลือกที่นี่เป็นที่หลบรักษาแผลใจ  หาดทรายขาวๆนุ่มเท้าทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายไปได้ไม่น้อย  จากวันนั้น  วันที่ผมตัดสินใจบอกความจริงกับอาหลิว  เวลาก็ล่วงเลยเข้าไปเป็นวันที่ห้าแล้ว   แต่ภาพของเพื่อนๆยังคงวนเวียนอยู่ในหัวอย่างไม่สามารถจะปัดทิ้งไปได้ง่ายๆ  ผมนอนนิ่งอยู่บนผืนทรายกว้าง  มีน้ำทะเลซัดเข้ามาเรื่อยๆ    คิดเล่นๆว่าถ้าผมนอนอยู่ตรงนี้เรื่อยๆแล้วน้ำจะขึ้นมาท่วมผมตายรึเปล่า  แล้วคลื่นจะซัดเอาร่างของผมลอยไปถึงไหน    ผมนอนมองท้องฟ้ายามเย็นที่ฉาบไล้ด้วยแสงสีส้มของพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดินในสภาพไม่ใส่เสื้อ  สวมกางเกงขาสั้นสีชมพูสะท้อนแสง  มีลายก๊อปปี้ของยี่ห้อสินค้ากีฬาชื่อดังติดอยู่ นี่ก็ซื้อจากตลาดนัดในราคาตัวละ 69 สองตัว 130 เองครับ  ได้อารมณ์เด็กหนีออกจากบ้านจริงๆ  ผมเคลิ้มๆไปสักพักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินใกล้เข้ามาก่อนที่จะรู้สึกถึงเงาที่ทาบทับลงบนใบหน้าจนต้องลืมตาขึ้นมองด้วยความสงสัย   ผมกระพริบตาถี่ๆเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด    

 

 

มาเที่ยวทะเลทำไมไม่ชวนกันบ้าง  

 

 

ไอ้อั้ตส่งยิ้มบางๆให้ผมแล้วทรุดตัวลงนั่งข้างๆ  หน้ามันยังมีรอยช้ำจางๆจากฝีมือไอ้เชษฐ์อยู่  แต่ผมไม่คิดจะถามว่ามันรู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่  เพราะมันคงจะโทรถามจากที่บ้านผม  ก็ไอ้โรคจิตนี่มันทำได้ทุกอย่างแหละครับ        

 

 

นายจะไม่พูดกับฉันสักคำเหรอชิน  ผมเงียบ  

 

 

ก็ได้ๆ ฉันพูดให้นายฟังก็แล้วกัน......  ก่อนที่จะมาที่นี่ ฉันคุยกับหลิวแล้ว  เราเข้าใจกันและจากกันด้วยดี"

 

 

ผมไม่คิดว่าเรื่องมันจะจบง่ายๆอย่างที่ไอ้อั้ตมันบอกแน่  ดูแววตาเศร้าๆของมันก็รู้  แต่ช่างเถอะครับ  ผมอุตส่าห์หนีมาไกลข้ามจังหวัดมาอย่างนี้  ก็เพราะอยากจะใช้เวลาอยู่กับตัวเองให้หัวใจมันแข็งแรงขึ้นอีกสักนิดแล้วค่อยกลับไปเผชิญกับปัญหา  มีคนเคยบอกผมว่า  บางครั้งคนเราก็ควรจะถอยหลังออกมาสักก้าว  เพื่อมองเหตุการณ์ทั้งหมดให้ได้ชัดเจนขึ้น  ตอนนี้ผมกำลังถอยครับ  ถอยมารักษาหัวใจตัวเองก่อนจะไปเผชิญหน้ากับความจริงที่ไม่อาจจะหลีกหนี  ความจริงที่ว่าผมทำร้ายคนที่ผมรักอย่างเลือดเย็น  

 

 

นายจะไม่พูดอะไรกับฉันหน่อยรึชิน  

 

 

พอเถอะอั้ต  ให้เรื่องของเรามันจบไปเถอะ  ให้เกมนี้มันสิ้นสุดลงเสียที  เราทุกคนเจ็บกันมากมาพอแล้ว  

 

 

ผมลุกขึ้นนั่ง  แล้วทอดสายตามองไปไกลอย่างไร้จุดหมาย    

 

 

ถ้าจะมีใครสักคนต้องรับผิดชอบกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น  คนๆนั้นควรจะเป็นฉันไม่ใช่นาย  

 

 

สายตาของไอ้อั้ตก็จับนิ่งอยู่แต่ผืนน้ำทะเลตรงหน้า ส่วนผมก็ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกจากปาก   เราสองคนนั่งเงียบอยู่อย่างนั้นจนพระอาทิตย์ตกดิน  ความมืดเข้าปกคลุมบรรยากาศโดยรอบมีเพียงแสงไฟสลัวๆจากไฟกิ่ง  ในที่สุดผมก็เป็นฝ่ายยอมแพ้ในเกมความเงียบครั้งนี้   ผมลุกขึ้นเดินหนีกลับที่พักซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากริมหาด    

 

 

ฉันเห็นมีร้านอาหารแถวๆนั้น  ไปหาอะไรกินก่อนมั้ย เดี๋ยวกระเพาะกำเริบนะ”   

 

 

ไอ้อั้ตมันคว้าแขนผมไว้  แถมยังแอบรู้ว่าผมมีโรคประจำตัวเป็นโรคกระเพาะอีก จะโกรธก็โกรธไม่ลงแล้วครับ  เหนื่อยใจจริงๆ   เราสองคน  ผมกับไอ้อั้ต  ไอ้อั้ตมันจูงมือผม    ผมไม่ทำสะบัดสะบิ้งแล้ว  เหนื่อยใจครับ  ก็อย่างที่บอกว่าเหนื่อยกับการที่ต้องโกรธมันแล้ว  เพราะมันหน้าหนาไม่มีใครเกินอีกอย่าง  ผมก็ไม่ใช่ผู้หญิง จะทำสะบัดสะบิ้งไปก็คงไม่น่าดูสักเท่าไหร่ เราสองคน  ผมกับไอ้อั้ต  ไอ้อั้ตมันปล่อยมือผมแล้ว   ผมกับมันเข้าไปในร้านอาหารเล็กที่ดูราคาไม่แพงก่อนที่ไอ้อั้ตจะเป็นคนสั่งกับข้าวทุกอย่างมาโดยมีผมนั่งมองอยู่แต่ทะเลตอนกลางคืน   มันดูสวยไปอีกแบบครับ  ยิ่งวันนี้พระจันทร์ข้างขึ้นเกือบจะเต็มดวงทำให้มีแสงจันทร์สลัวๆ บรรยากาศเหงาจับใจ  คิดแล้วก็ถอนใจออกเฮือกใหญ่จนอีกฝ่ายจับความรู้สึกของผมได้  

 

 

ยังกลุ้มใจอยู่อีกเหรอ  

 

 

มันใช่เรื่องที่จะลืมกันได้ในวันสองวันหรือเปล่าล่ะ  ผมย้อนโกรธๆ  

 

 

ขอโทษ       อีกแล้วครับ  มันทำสลด  ไอ้ท่าทางแบบนี้แหละที่ทำให้ผมรู้สึกว่าโกรธมันไปก็เหนื่อยแรงเปล่าๆ  พอโกรธ  มันก็ทำเศร้า  หูลู่หางตก  แต่ก็ไม่ยอมไปให้พ้นหูพ้นตา  หน้าหนาจริงๆ  

 

 

ช่างเหอะๆ กินข้าวได้แล้ว  

 

 

ผมสั่งผัดกระเพราปลาหมึก  ปูผัดผงกะหรี่  แล้วก็อย่างอื่นอีกสองสามอย่างที่แน่นอนว่าต้องเป็นอาหารทะเลเสียเป็นส่วนใหญ่  ก็มาทะเลกันทั้งที่นี่ครับ  ถึงจะมาแบบไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ   ผมก้มหน้าก้มตากินเพื่อจะได้รีบกลับ   แต่ไอ้อั้ตมันไม่แตะข้าวในจานสักนิดเอาแต่ก้มหน้าก้มตาตักกับข้าวให้ผมเงียบๆ  นี่กุไม่ได้ง่อยนะมรึง  จะตักให้ทำไมนักหนา  ผมอยากด่ามันครับ  แต่อีกใจหนึ่งก็บอกว่าไม่ดีกว่า  รีบๆกินจะได้รีบกลับ  ตอนนี้นอกจากจะกลุ่มเรื่องอาหลิวแล้ว  ผมก็ยังมีเรื่องกลุ้มเพิ่มมาอีกเรื่องแล้ว   นี่ผมจะจัดการกับความรู้สึกที่มีต่อไอ้อั้ตยังไงดี  ยอมรับ...ว่าไม่ได้เกลียดมันแล้ว  และก็ยอมรับอีกว่า  นอกจากจะยังรักอาหลิวผมก็ยังใจอ่อนกับไอ้อั้ตด้วย  ยอมรับเป็นข้อสุดท้ายว่า  อ้อมกอดของไอ้อั้ตทำให้รู้สึกอบอุ่นไม่น้อย  

 

 

ไม่ต้องตักให้แล้ว  นายก็รีบๆกิน จะได้รีบกลับ เห็นหน้าแล้วกินไม่ลง  

 

 

และก็เป็นผมอีกเหมือนเดิมที่หมดความอดทนก่อน  ผมจะใจอ่อนไม่ได้เด็ดขาด  คิดแล้วก็แหกปากด่ามันพร้อมกับลากจานข้าวตัวเองออกมาไกลให้มันเอื้อมไม่ถึง  

 

 

งั้นฉันกลับไปที่ห้องก่อนก็ได้  แต่นายต้องกินให้หมดนะ  นายดูผอมไปเยอะเลย  เดี๋ยวฉันจ่ายให้เอง  ฉันจองห้องข้างๆนายไว้แล้ว  นายกลับบ้านเมื่อไหร่ฉันก็กลับด้วยเมื่อนั้นล่ะ  

 

 

ผมสบถคนเดียวสองสามคำ  โมโหจัดครับ  โมโหที่มันตื้อไม่เลิก  ทำไมมรึงไม่ปล่อยกุไปสักที  แค่นี้ก็ทำให้กุรู้สึกผิดไม่พอรึไง   ผมยกจานกระเพราปลาหมึกที่พร่องลงไปเล็กน้อยเทพรวดในจานข้าวมันทั้งหมด  ตอนนี้สภาพจานข้าวของมันเลยไม่ต่างกับรางข้าวน้องหมาในวัดเท่าไหร่  

 

 

กินให้หมด  แล้วไม่ต้องพูดมาก    

 

 

ผมขู่เสียงเหี้ยม  อยู่กับมันแล้วจะเป็นบ้าครับ  มันด้านจริงๆ  ด่ายังไง  ไล่ยังไงก็ไม่สะเทือน  ไม่รู้ไอ้มาดข่มขู่ของมันที่ผมเคยเห็นหายไปไหนหมด

 

 

    

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องทำท่าจะดีขึ้นแล้ว อย่าให้มีอะไรอีกเลย

#14 By Aphrodite (202.12.74.1|202.12.74.1) on 2014-05-10 22:22

น่ารัก
ความจริงก็แอบห่วงอั๊ตใช่ละ
ชินน้อย~~open-mounthed smile

#13 By Psychoyoum on 2010-03-08 21:18

เริ่มที่จะหวานมาบ้าง

อ่านแล้วก็มีปวดใจอยู่บ้าง

ตอนนี้เริ่มที่ใจอ่อนกับอั๊ตบ้างแล้ว

ที่ทำลงไปเพราะรัก ชินก็เหมือนกันแหละ

น่ารักดีจริงๆ

อยากไปทะเลจังเลยค่ะ big smile

#12 By poppavero on 2009-07-11 01:42

เค้ามาตามหนูนะชิน เค้าง้ออะลูก ง้ออ้า
รับรักมันไปเถอะ เข้าใจว่าโดนมาเยอะ แต่อภัยมันเถอะ สงสารมัน

#11 By zephyr (125.24.198.21) on 2009-01-04 20:48

อ๊ากกกก..ชินยอมรับใจตัวเองว่ากอดของอั๊ตมัน...มัน..อบอุ่น..อ๊ากกกก
หน้ามืดเรยยยเรา

#10 By Ma-i (118.174.3.31) on 2008-08-02 15:55

sad smile

#9 By acka (202.28.47.15) on 2008-08-01 23:48

กริ๊ดฉากง้อแล้ว

อยากรู้จังว่าอั้ตจะง้อนู๋ชินได้น่ารักขนาดไหน

#8 By SunRune (125.25.91.242) on 2008-04-25 12:45

ไม่รู้จะสงสารใคร

แต่สงสาร อั๊ตขา ที่สุดเลย

T^T

#7 By จูเรนเจอร์ (118.173.236.170) on 2008-04-22 11:54

รักซะเถอะ ~*

#6 By thomaskung (125.25.173.180) on 2008-04-18 06:40

ทำมาดูแล เอาอกเอาใจชินจังของเรา
ไอ้บ้าอั๊ต! เรื่องทั้งหมดมันก็เกิดเพราะนายนั้นแหละ!!
ถ้าแมนกว่านี้ ทำไมถึงไม่จีบอั๊ตตรงๆ เล่า?
ถึงอั๊ตจะรักอาหลิว
แต่ก็ตื้อเข้าสิ! หน้าด้านเข้าไว้!
เผื่ออั๊ตจะใจอ่อน
ถ้ายังไม่ยอมอ่อนอีก
ค่อยจับทำเมียก็ไม่สาย (อ้าว...)
เล่นมาวางแผนเล่นเกมรักกันแบบนี้ แล้วเป็นไง?
เฮ้อออออออออ.....

#5 By *~ The East Witch ~* on 2008-04-17 11:09

แอบหนีมาพักใจแล้วยังจะตามมาอีก อั้ตเอ้ย

น่าสงสารทั้งอั้ตทั้งชิน

#4 By nootapao on 2008-04-12 13:11

น่าร้ากกกกกกกกกกกกกconfused smile
นายอั๊ตกลายเป็นเจ้าหมาน้อยอั๊ตไปซะแล้ว

มันรักแกนั่นแหละนู๋ชินเอ๋ยย confused smile

#1 By โอห์ม (222.123.172.4) on 2008-04-08 11:50