ชิน-อั๊ต 18

posted on 07 Apr 2008 19:57 by skysonatapjj

 

 

 

 

ฤดูกาลสอบปลายภาคของพวกผมผ่านพ้นไปอย่างลุ่มๆดอนๆ โดยเฉพาะวิชาไมเนอร์ของผม  ที่ดันหลงผิดไปเรียนไซโคตามไอ้เชษฐ์กับไอ้เล็กนั้นทำเอาแทบรากเลือด โหมอ่านตำราซะจนจะอ้วกออกมาเป็นตัวหนังสือ   มิหนำซ้ำช่วงสองสามอาทิตย์ก่อนนี้ผมยังต้องทำตัวเป็นนินจา  หลบหน้าทั้งไอ้อั้ตทั้งอาหลิวอย่างสุดความสามารถ   ไม่อยากเจอกันให้มีเรื่อง  ถ้ามีเรียน  ผมก็จะพยายามเข้าสายๆแล้วไปนั่งหลังห้อง  พออาจารย์บอกเลิกคลาส   ผมก็ใส่เกียร์หมาโกยแน่บออกจากห้อง   หลีกได้เป็นหลีก  หลบได้เป็นหลบ  เลี่ยงได้เป็นเลี่ยง  ผมจึงแค่รู้ข่าวคราวความเคลื่อนไหวของทั้งสองจากปากไอ้สายสืบเชษฐ์เท่านั้น  

 

 

ชิน  ทางนี้ๆ  ฝ้ายโทรหาตั้งหลายทีทำไมไม่เปิดเครื่อง    

 

 

ไอ้สายสืบมันทำงานพลาด  น่าตัดเงินเดือน  เพราะฝ้ายวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมกับไอ้ขี้ปลาทองเล็ก  ตอนนี้มันตั้งตัวเป็นผู้จัดการส่วนตัวของฝ้ายไปรึยังไงก็ไม่รู้  เห็นฝ้ายที่ไหนเป็นต้องเห็นมันด้วยตลอด  แล้วท่าทางฝ้ายก็ไม่ค่อยเสือกไสไล่สงมันเท่าไหร่แล้ว  ไม่รู้ว่าใจอ่อน หรือ  อ่อนใจกันแน่  

 

 

ชินทำโทรศัพท์ตกน้ำน่ะ ยังไม่ได้ซื้อใหม่เลย  ว่าแต่ฝ้ายมีเรื่องอะไรด่วนรึเปล่า  

 

 

ก็ไม่มีอะไรมากหรอก  วันนี้สอบเสร็จพอดีว่าจะชวนไปกินพิซซ่ากัน  ก็ช่วงนี้แต่ละคนยุ่งๆจนอยู่กันไม่ค่อยครบหน้าครบตาเลย  วันนี้สอบเสร็จฤกษ์ดี  ไปนะๆ  

 

 

ไอ้เล็กพยักพเยิดเป็นฝ่ายสนับสนุนอยู่ด้านหลังฝ้าย  แต่ผมไม่อยากไปจริงๆครับ  ยังไม่อยากเจอทั้งอาหลิวทั้งไอ้อั้ตมันตอนนี้  

 

 

โทษทีนะฝ้าย  พอดีเราต้องไปคุยงานกับอาจารย์ต่อ  ไว้วันหลังแล้วกันนะ  

 

 

เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเลย  เมื่อกี้เราไปหาอาจารย์แต่อาจารย์แกติดธุระ  วันนี้คงไม่เข้ามาแล้ว ค่อยนัดวันอื่นอีกทีนะ  ไปกันเถอะ  

 

 

ฝ้ายยังคงเป็นคนที่คิดเองสรุปเองได้เก่งเหมือนเดิม  เธอจัดการคว้าต้นแขนผมแล้วออกแรงลากไปลานจอดรถด้วยกัน  ดูเผินๆจึงเหมือนเราสองคนกำลังควงแขนกันอยู่  ผมงี้รู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตจากไอ้เล็กมันเลยล่ะครับ   เฮ้อ...ทำไมชีวิตผมมันถึงได้ไม่ปกติสุขเหมือนคนอื่นๆเขานะ  ร้านพิซซ่าในห้างที่ผมนัดกับไอ้เล็กไว้เป็นร้านใหญ่ที่พวกผมมักจะมากันเป็นประจำ  ผมเดินตามพี่สาวพนักงานเข้าไปที่โต๊ะที่มีอาหลิวกับไอ้อั้ตนั่งรออยู่ก่อนแล้ว  ความรู้สึกอึดอัดเข้าควบคุมทั้งสมองและหัวใจของผมทันทีที่รู้ว่าไอ้พวกเพื่อนๆคนอื่นๆมันยังมาไม่ถึง   เรานั่งกันอยู่เงียบๆสามคนโดยไม่มีใครเอ่ยปากทักทายพูดคุยกัน  และถ้าผมไม่ได้คิดมากจิตหลอนจนเกินไป  ผมแน่ใจว่าเห็นอาหลิวส่งสายตาโกรธเคืองมาให้ผมอย่างไม่ปิดบัง  และ  จงใจ ทำไมพวกไอ้เชษฐ์ถึงยังไม่มาสักทีนะ  ผมคิดแล้วชะเง้อมองผ่านกระจกออกไปนอกร้าน ไม่อยากสบตากับอาหลิวเลยครับ  ใจไม่ดียังไงไม่รู้     

 

 

ชินหลบหน้าหลิวใช่มั้ย    

 

 

ชะอุ้ย  เอาแล้วครับ  มาแล้วครับ  คำถามแรกเล่นเอาเหงื่อตก  แต่ก็ยังดีที่อาหลิวไม่ได้โกรธเพราะรู้ว่าผมไปทำอะไรกับไอ้อั้ต   พวกวัวสันหลังหวะก็อย่างนี้แหละครับ  วันๆชีวิตก็ไม่มีความสุขต้องคอยหวาดระแวงจนไมเกรนขึ้นสมอง  รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเมียน้อยชาวบ้านเขายังไงอย่างนั้นเลยครับ  เอ... แต่จะว่าเป็นเมียน้อยก็ไม่ถูกนัก  ก็ผมเป็นผู้ชายนี่นา  หรือใช้คำว่าชู้จะเหมาะกว่า   ชู้ก็ฟังดูแรงไป  แล้วคำว่ากิ๊กนี่เข้าข่ายมั้ย  ไปกันใหญ่ๆ  ผมสลัดหน้าตัวเองเบาๆไล่ความสับสนฟุ้งซ่านออกจากสมอง    

 

 

ชินแค่ไม่อยากเป็นก้างน่ะ 

 

 

ผมพยายามฝืนยิ้มให้แนบเนียนที่สุด    

 

 

หลิวซีเรียสนะชิน  ช่วงนี้ทุกคนเป็นอะไรกันไปหมด  ชินก็เอาแต่หลบหน้าหลบตาตลอด ส่วนอั้ตก็เอาแต่นิ่งเงียบทำตัวไร้ความรู้สึก 

 

อาหลิวในภาควีนแตกหันไปต่อว่าคนข้างๆครับ  ไอ้อั้ตมันโดนหางเลข  แถมยังทำท่าจะโดนหนักกว่าผมหลายสิบเท่าเพราะหลิวหันไปแหวใส่มันเรื่องที่มันทำตัวงี่เง่า  ฟังๆแล้วผมก็สรุปได้ว่า  ไอ้อั้ตมันเทคแคร์ดูแลหลิวดีทุกอย่างเท่าที่คนเป็นแฟนกันจะทำให้กันได้  แต่ปัญหาอยู่ที่มันทำแบบไร้วิญญาณไร้ความรู้สึก  ทำเหมือนกับเป็นหน้าที่ไม่ได้มาจากความรู้สึก  

 

 

ทำไมล่ะอั้ต  ทำไมอั้ตถึงทำแบบนี้  อั้ตไม่รักหลิวแล้วทำไมต้องขอเป็นแฟนกันด้วยล่ะ  

 

 

อาหลิวเริ่มเสียงเครือ  ผมเลยใจเสีย  จะโวยวายด่าไอ้อั้ตก็ทำไม่ได้  นี่มันกลางร้านพิซซ่า  แต่โชคยังดีที่โต๊ะที่เรานั่งค่อนข้างหลบมุมพอสมควร ทำไมปัญหาต้องถาโถมเข้ามาเรื่อยๆไม่มีหยุดหย่อนอย่างนี้   ไอ้อั้ตก็ยังคงนิ่งเงียบให้หลิวต่อว่าจนผมอดรู้สึกผิดไม่ได้     รู้สึกผิดต่ออาหลิวที่หลอกลวงเธอไปเพราะตอนนั้นแค่คิดอะไรตื้นๆ  คิดว่าไอ้อั้ตมันจะรู้สึกรักอาหลิวได้หากมีโอกาสได้อยู่ใกล้กัน    รู้สึกผิดต่อไอ้อั้ตที่บังคับใจให้มันเป็นแฟนกับหลิวต่อ 

 

 

อั้ตรักคนอื่นใช่มั้ย  อั้ตไม่ได้รักหลิวแต่แรกแล้วใช่มั้ย  บอกมานะผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร บอกมาสิ  บอกมา !”  

 

 

อาหลิวทุบแขนคนข้างๆโดยที่อีกฝ่ายก็เอาแต่นั่งนิ่งโดยไม่ทำอะไร  ส่วนผมก็สะดุ้งกับคำถามที่ว่า   อั้ตรักคนอื่นใช่มั้ยของอาหลิว  และยิ่งเย็นวาบตามแนวสันหลัง  เมื่อในขณะที่อาหลิวถามเชิงอาละวาดใส่ว่าไอ้อั้ตมันรักใคร  สายตาของมันก็จับอยู่แต่ที่ใบหน้าของผมนิ่ง  

 

 

อาหลิวใจเย็นๆก่อน  มีเรื่องอะไรค่อยกลับไปคุยกันนะ  ดูสิ คนมองกันใหญ่แล้ว 

 

 

ผมปลอบเสียงนุ่ม  เข้าไปคว้ามือหญิงสาวไว้จนเธอหยุดทำร้ายไอ้อั้ต   อาหลิวรามือ เม้มปากเพื่อกลั้นสะอื้น ตาแดงๆน้ำตาปริ่มขอบตาจวนเจียนจะหยดจนผมทนไม่ได้ต้องโอบไหล่เธอเข้ามาใกล้ๆ  หญิงสาวจึงซบหน้าลงกับบ่าของผม    

 

 

ไม่ร้องนะอาหลิว  ร้องไห้มากๆเดี๋ยวไม่สวยนะ    

 

 

ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะไม่ยุ่งกับเรื่องของสองคนนี้แล้วแท้ๆ  แต่พอสัมผัสความเศร้าได้จากหญิงสาวที่เป็นรักแรกของตนเอง  ผมก็อดหวั่นไหวไม่ได้อยู่ดี  ผมไม่รู้ว่าทำไมในขณะที่ตัวเองกำลังกอดปลอบใจอาหลิว   อีกใจหนึ่งก็อดรู้สึกผิดต่อผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าไม่ได้  ผมเหลือบมองไอ้อั้ต  และหมอนั่นก็กำลังมองผมอยู่เช่นกัน  ผู้ชายคนนี้ก็กำลังเศร้าเหมือนกัน  แววตาของไอ้อั้ตมันบอกผมอย่างนี้  แล้วเราสามคนก็นั่งเงียบกันอยู่อีกนาน  อาหลิวยังคงซบหน้าอยู่กับไหล่ของผมเงียบๆ  

 

 

เฮ้ยๆ นี่อย่าบอกนะสลับคู่กันไปแล้ว 

 

 

แมร่งทีเวลาอยากให้มาก็ไม่มา  พอมา  ก็มาทำบรรยากาศให้แย่ยิ่งกว่าเดิมอีก  ผมหันไปใช้สายตาด่าไอ้เล็ก ทั้งสามคนเดินเข้ามาแล้วนั่งประจำที่พร้อมกับที่พี่สาวพนักงานร้านเดินเข้ามารับออเดอร์  ความจริงพี่เขาคงอยากมาแนะนำเมนูตั้งนานแล้ว  แต่คงเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดีเลยไม่กล้ามาแน่ๆเลยครับ   พวกเราปล่อยให้ฝ้ายจัดการออเดอร์เอง  ไอ้เชษฐ์สบตาผมด้วยความหมายว่า กุอยากรู้ว่าเกิดอะไรกับพวกมรึง อาหลิวแอบเช็ดน้ำตาแล้วทักทายเพื่อนๆด้วยอาการฝืนยิ้ม  เสื้อเชิ้ตสีขาวของผมตรงหัวไหล่ยังชื้นไปด้วยน้ำตาของเธอ พิซซ่าฉลองสอบเสร็จของพวกเราฝืดคอเสียจนผมทานได้แค่ชิ้นเดียว  หลังจากนั้นก็นั่งเขี่ยสลัดในจานเล่นๆ  แต่ละคนก็มีอาการไม่แพ้กัน&