ชิน-อั๊ต 21 (จบ)

posted on 07 Apr 2008 20:00 by skysonatapjj

 

 

เสียงขบวนกลองยาวจากขบวนขันหมากบรรเลงกันอย่างสนุกสนาน  แต่ละคนล้วนมีสีหน้าชื่นมื่นกับวันมงคลของคู่บ่าวสาวที่บรรจงปลูกต้นรักร่วมกันมาได้เกือบสามปีแล้วพอไอ้พวกเพื่อนๆเห็นหน้าผม   เท่านั้นพวกมันก็พากันโห่ฮาปนก่นด่าที่ผมมาสายจนเกือบจะทำให้เสียฤกษ์งามยามดี  ขบวนขันหมากมุ่งหน้าไปยังบ้านของอาหลิวทันทีที่สมาชิกครบพร้อมหน้า  แม่ผมสีหน้ายิ้มแย้ม ถือพานสินสอดที่ประกอบด้วยทองคำ 9 บาทและเงินสด 9 แสน พร้อมเครื่องเพชรอีกจำนวนหนึ่ง  ทำเอาไอ้เชษฐ์มันอดแซวๆไม่ได้ว่า  น่าจะมีหน่วยอารักขาสินสอดเพราะเห็นแล้วมันใจไม่ดี  ยังดีที่ตอนนี้ไม่ใช่ยุคพี่คล้าวทองกวาวที่มีโจรคอยดักปล้นขบวนขันหมาก  ไม่อย่างนั้นอาจจะต้องจ้างบอดี้การ์ดมาด้วย   ก็เจ้าบ่าวทุ่มทุนสร้างออกอย่างนี้  

 

 

โห่......ฮิ้ว........ใครมีมะกรูดมาแลกมะนาว  ใครมีลูกสาวมาแลกลูกเขย........   

 

 

เสียงไอ้เล็กร้องเพลงรับเป็นลูกคู่กับไอ้เชษฐ์แล้วรำแต้อยู่หน้าขบวน  เออแฮะ  ไอ้สองตัวนี่ใช้งานได้เหมือนกันนี่  ผมมองแล้วยิ้มบางๆคนเดียว  ยิ่งใกล้ถึงบ้านเจ้าสาว  ขบวนกลองยาวก็ยิ่งบรรเลงฝีมือกันอย่างสุดความสามารถ     ซุ้มประตูเงิน  ประตูนาค  และประตูทองที่ญาติฝ่ายเจ้าสาวกั้นไว้มีการต่อรองกันอย่างสนุกสนาน  กว่าเจ้าบ่าวจะผ่านไปได้ก็เล่นเอาเหงื่อตกต้องควักซองแจกเงินกันจนเหนื่อย    เสียงขบวนกลองยาวหยุดลง  เมื่อขบวนขันหมากของเจ้าบ่าวทยอยกันเดินเข้าบ้านของฝ่ายเจ้าสาว  เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนพิธีการเจรจาสู่ขอและหมั้นหมาย   วันนี้เจ้าสาวดูสวยหวานอยู่ในชุดไทยสีกลีบบัวนั่งอยู่ท่ามกลางครอบครัวของเธอ   อาหลิวเหมือนจะรู้ว่าผมกำลังมองเธออยู่  หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาผมด้วยสีหน้าสดใส   แค่ได้เห็นรอยยิ้ม  แค่ได้เห็นแววตามีความสุขของอาหลิว  แค่นี้...ผมก็พอใจแล้ว        

 

 

จากวันนั้น  วันที่ผมตัดสินใจบอกความจริงเรื่องไอ้อั้ตกับอาหลิว  มาถึงวันนี้ก็สามปีกว่าแล้ว   จำได้ว่าคืนสุดท้ายที่ผมได้อยู่กันสองคนกับอั้ต   คืนนั้นผมได้บอกความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองให้อีกฝ่ายได้รับรู้    ความรู้สึกแท้จริงที่ว่า   ผมไม่อาจจะเลือกได้ว่าระหว่างอาหลิวที่ผมเคยแอบรักมานาน  และอั้ต  คนที่คอยอยู่ข้างผมตลอดเวลา  ฝ่ายไหนมีความสำคัญกับผมมากกว่ากัน   แต่สิ่งเดียวที่รู้  คือ  เรื่องของผมกับอั้ตไม่สามารถจะเดินทางไปต่อได้   ในวันนั้น  ผมกลับถึงบ้านด้วยความรู้สึกอันหนักอึ้ง  วันหยุดปิดเทอมแค่สองอาทิตย์หมดไปอย่างรวดเร็ว   พร้อมกับข่าวของไอ้อั้ตที่ไม่รู้ว่าควรจะเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายสำหรับผม  

 

 

ไอ้อั้ตมันลาออกแล้ว  เห็นจารย์บอกว่ามันไปอยู่กับปู่มันที่อิตาลี  

 

 

ไอ้เชษฐ์บอกผมโดยไม่ต้องรอให้ถาม  ผมนิ่งอึ้งไปนาน  นี่ไอ้อั้ตมันทำบ้าอะไรของมัน  ทั้งที่จะเรียนจบอยู่แล้วแท้ๆ   ผมโกรธ   เสียใจ  โมโหแทบบ้า  แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ยืนนิ่งกับข่าวที่ได้รับรู้   นั่นสินะ   ก็ผมเป็นฝ่ายผลักไสหมอนั่นไปเองแท้ๆ   ผมใช้ชีวิตการเป็นนักศึกษาเทอมสุดท้ายก่อนจะเรียนจบเหมือนไม่ใช่ชินวริศคนเดิม  ตั้งหน้าตั้งตาเรียนจนเกรดพุ่งขึ้นสูงลิ่ว  ปริญญานิพนธ์ก็ได้รับคำชมจากอาจารย์หลายท่านไม่ขาดปาก  เพราะนึกไม่ถึงว่าเด็กที่เอาแต่โดดเรียนอย่างผมจะทำได้ดีขนาดนี้      ผมยังมารู้ตอนหลังว่าฝ้ายตกลงเป็นแฟนกับไอ้เล็กแล้ว  แต่ความเห็นของคนทั้งคู่ไม่ลงรอยกันเพราะเรื่องรักสามเส้าของผม  ทำให้ฝ้ายบอกเลิกไอ้เล็กในที่สุด    ผิดกับความสัมพันธ์ของอาหลิวกับผม  ที่ไม่ได้แย่ลงอย่างที่คิดจินตนาการในด้านร้ายๆไว้    ผมกับอาหลิวยังคงดูแลห่วงใยกันอยู่เสมอ   ในเรื่องร้ายๆ  ที่เกิดขึ้นกับผมและอาหลิว  ก็ดูเหมือนจะมีเรื่องดีอยู่บ้าง  พอให้รู้สึกว่าโชคชะตาก็ไม่ได้โหดร้ายกับผมเท่าไหร่นัก  ประโยคที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากอาหลิวทำให้ผมนิ่งอึ้ง  ด้วยความดีใจอย่างบอกไม่ถูก      

 

 

หลิวขอโทษนะ  ต่อไปหลิวจะเป็นผู้ใหญ่ให้มากกว่านี้  จะใช้เหตุผลและคิดถึงคนอื่นมากกว่านี้  เราดีกันนะชิน  

 

 

จากวันนั้น  ผมก็คอยดูแลอาหลิวอยู่ไม่ห่าง  การเรียนในเทอมสุดท้ายก็ผ่านพ้นไปด้วยดี  ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปตามเส้นทางของแต่ละคน  ไอ้เชษฐ์ทำงานกับบริษัทของครอบครัวในฐานะผู้ช่วยประธานบริษัทซึ่งก็คือพ่อของมันเอง  ส่วนน้องหนูแฟนมันได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ  แต่ก็นั่นแหละ...คำว่ารักแท้แพ้ระยะทางยังคงใช้ได้อยู่เสมอ  น้องหนูหันไปสนใจบริโภคของนอกหมั้นกับหนุ่มสวิส  สร้างความชีช้ำกะหล่ำปลีให้ไอ้เชษฐ์อยู่นาน  จนไอ้เพื่อนตัวดีของผมมันอาการดีขึ้นเพราะได้สาวน้อยหน้าใส  นักศึกษาฝึกงานมาดามหัวใจให้  คนนี้มันก็บอกว่ารักจริงหวังแต่งอีกเช่นกัน  ส่วนไอ้เล็ก  หลังจากเลิกกับฝ้ายด้วยระยะเวลาการคบกันที่แสนสั้นไม่ถึงสามเดือน มันก็กลับไปใช้ชีวิตหนุ่มหูดำหน้าหม้ออีกเช่นเดิม   จนถึงตอนนี้มันก็ยังคงหูดำไม่เปลี่ยน  ยิ่งตอนนี้ออกมาตั้งบริษัทออกาไนเซอร์นั่งแท่นผู้บริหารร่วมกับไอ้เชษฐ์ที่ยังคงมีเจ้านายเป็นบิดาที่เคารพสลับกับวิ่งรอกมาช่วยดูแลกิจการกับไอ้เล็ก    ไอ้หูดำมันก็ยิ่งทำตัวเป็นหนุ่มนักรักคาสโนว่าเข้าไปทุกที  มันให้เหตุผลว่า  ต้องรู้จักคนให้มากเข้าไว้เพื่อความกว้างขวางและก้าวหน้าของบริษัท  เอากับมันสิ   แต่คนมากๆที่มันเข้าไปทำความรู้จัก  ผมก็เห็นมีแต่น้องโคโยตี้  พริตตี้  ทั้งนั้น  

 

 

ไอ้ชิน  เหม่อไรของมรึง  เดี๋ยวจะสวมแหวนหมั้นแล้ว  

 

 

ไอ้เชษฐ์ใช้ขาหน้าสะกิดเสียจนผมแทบจะหน้าคะมำ  เสียงผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวเจ้าสาวพูดคุยกันเล็กน้อยเรื่องสู่ขอและมอบสินสอดให้ตามธรรมเนียม   ผมรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆเมื่อใกล้ถึงเวลาสวมแหวนหมั้น  แหวนเพชรน้ำงามถูกบรรจงสวมลงบนนิ้วนางของอาหลิวด้วยความอ่อนโยน  หญิงสาวยกมือขึ้นรับไหว้ด้วยกิริยาละมุนตา     กว่าพิธีจะเสร็จสิ้นพระสงฆ์ประพรมน้ำมนต์ให้พรแล้ว  ผมก็นั่งจนเหน็บกินขา  แทบลุกไม่ขึ้น  เดือดร้อนเพื่อนๆต้องลากตัวลุกขึ้นพร้อมกับประโยคแขวะกัดอีกเล็กน้อยพอให้หายคิดถึงน้องหมาในปากของแต่ละคน  

 

 

ไปอยู่เมืองนอกแค่ไม่กี่ปีนี่ถึงกับนั่งพับเพียบไม่ได้เลยเหรอมรึง  กระแดะจริงเพื่อนกุ  

 

 

เชี้ย  มรึงไม่ต้องเห่า